มีกี่คนที่รู้จักเพลงเล็กๆ เพลงนี้บ้างครับ ขณะที่ผมทักทายพวกคุณด้วยมิตรภาพและความรักของพระคริสต์อันอบอุ่นที่สุดในวันนี้ มีกี่คนที่รู้จักเพลงเล็กๆ เพลงนี้บ้างครับ พระองค์ทรงห่วงใยท่าน? คุณรู้จักเพลงนี้ไหมครับ? ตกลงครับ ให้มาดูกันว่าถ้าหากพวกเราจะรู้จักมัน คุณรู้จักมันไหมครับ ซิสเตอร์? ใช่ครับ

เวลานี้พระองค์ทรงห่วงใยท่าน

พระองค์ทรงห่วงใยท่าน

ผ่านแสงแดดหรือเงา

พระองค์ทรงห่วงใยท่าน

โอ้ ไม่เป็นไรครับ ให้ลองอีกครั้งหนึ่งตอนนี้

พระองค์ทรงห่วงใยท่าน

พระองค์ทรงห่วงใยท่าน

ผ่านแสงแดดหรือเงา

พระองค์ทรงห่วงใยท่าน

พระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ของข้าพระองค์ทั้งหลาย [จุดว่างบนเทป] ... เชื่อว่าพระองค์ทรงห่วงใยข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นแน่และทรงสำแดงความรักของพระองค์ต่อข้าพระองค์ทั้งหลาย ตราบเท่าที่พระองค์ได้ทรงส่งพระบุตรผู้เป็นที่รักของพระองค์มา พระบุตรองค์บริสุทธิ์ของพระเจ้าเพื่อจะทรงแทนที่พวกคนบาปที่มีความผิด ข้าพระองค์ทั้งหลายขอบ พระคุณพระองค์ที่พระองค์ทรงห่วงใยข้าพระองค์ทั้งหลายอย่างยิ่งและได้ทรงใส่พระทัยแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในการกระทำสิ่งนี้ และข้าพระองค์ทั้งหลายขอบพระคุณพระบิดา ข้าพระองค์ทั้งหลายยินดีที่ได้มารวมตัวกันที่นี่ในตอนบ่ายวันนี้ภายใต้หลังคาท้องฟ้าและทูลขอพระพรทั้งหลายของพระองค์จากการประชุมนี้ โปรดประทานเถิด พระบิดา ขอให้ทุกคนชาย, หญิง, เด็กชาย หรือเด็กหญิงซึ่งอยู่ที่นี่ศึกษาในข้อพระคัมภีร์ไบเบิลทั้งหลายตอนนี้ได้อย่างลึกซึ้ง ข้าพระองค์ทั้งหลายกำลังเผชิญหน้ากับโลกซึ่งถูกควบคุมโดยซาตาน และพระบิดา ข้าพระองค์ทั้งหลายอธิษฐาน ขณะที่ข้าพระองค์ทั้งหลายศึกษาอำนาจของพวกปีศาจและสิ่งที่พวกมันกระทำกับผู้คน ขอให้พระองค์จะประทานความเชื่ออันยิ่งใหญ่แก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย และขอให้บรรดาหมายสำคัญและการอัศจรรย์มากมายเกิดขึ้นเถิด ข้าพระองค์ทั้งหลายทูลขอในพระนามพระคริสต์และเพื่อพระสิริของพระเจ้า อาเมน

พวกเราศึกษาตอนบ่ายนี้อย่างรวดเร็วเข้าไปในเรื่องนี้ และผมคิดว่าประมาณสิบห้านาทีก่อน มันยังอยู่ในเรื่อง ปีศาจวิทยา

และตอนนี้ผมเพิ่งได้รับข้อความมาสักครู่หนึ่ง บราเดอร์เบเลอร์ จากเพื่อนๆ ของผม และผมจะเริ่มต้นในแอฟริกาในกลางเดือนกรกฎาคม ดังนั้นเรื่องนั้นทำให้มันจบเรื่องได้; พวกเราได้ตระเตรียมมันไว้แล้วตอนนี้ และบราเดอร์แบ็กซ์เตอร์มิอาจจะไปได้ในเวลานั้น ดังนั้นผมจึงต้องไปแอฟริกาด้วยตัวของผมเอง ดังนั้นการไปที่นั่นด้วย ... ขอให้ .... ท่านต้องอธิษฐานเผื่อผมเวลานี้ ขอให้พระเจ้าจะทรงช่วยผมเพราะผมต้องการมันเวลานี้ที่นั่นท่ามกลาง ... ผมคาดหวังอย่างน้อยสองแสนคนในการประชุมนั้น

และผมได้รับนิมิตซึ่งได้เขียนออกมาที่นี่ ผมอยากจะให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากมัน มันเกิดขึ้นแล้วในเดือนธันวาคม ผมอยู่ในห้องตอนเช้าวันหนึ่งเมื่อทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้เสด็จเข้ามาข้างใน คุณเห็นไหมครับ ตอนที่ผมอยู่ที่นั่นผมมิได้เชื่อฟังพระเจ้าและได้ผมหยิบอะมีบาขึ้นมา มีคนไหนรู้ว่าอะมีบาคืออะไร: ปรสิตที่เกือบจะสังหารคุณได้ และเพราะว่าผมได้ทำบางสิ่งบางอย่างซึ่งพระเจ้าได้ทรงบอกผมมิให้ทำ มีกี่คนที่เคยได้ยินเรื่องราวของมันบ้างครับ? ผมเดาว่าพวกคุณบางคนอยู่ที่นี่ ผมรู้ว่าคนทั้งหลายรอบๆ คริสตจักรแห่งนี้ได้ยินเรื่องราวของสิ่งที่ได้เกิดขึ้น พระเจ้าทรงบอกให้ผมไปสถานที่แห่งหนึ่ง และให้อยู่ห่างจากสถานที่แห่งนี้ และให้กลับไปอีกสถานที่แห่งหนึ่ง และผมก็ให้นักเทศน์ทั้งหลายพูดถึงผมเกี่ยวกับมัน ตอนนี้นักเทศน์ทั้งหลายนั้นยอดเยี่ยมและพวกเขาเป็นพี่น้องของผม แต่คุณใส่ใจหรือไม่ในสิ่งที่พระเจ้าทรงบอกคุณ นั่นใช่ครับ ดูเถิดครับ คุณมีภารกิจเดียว

มีกี่คนจำได้บ้างครับว่า ครั้งหนึ่งที่มีผู้เผยพระวจนะสองคนในพระคัมภีร์ไบเบิล? และพระเจ้าได้ตรัสกับคนหนึ่งในพวกเขาว่า “ท่านจงไปที่สถานที่แห่งหนึ่งและจงอย่าไปยัง ... ท่านจงกลับไปอีกทางหนึ่ง” และอื่นๆ และตรัสว่า “ท่านจงอย่ากินหรือดื่มขณะที่ท่านอยู่ที่นั่น”

และผู้เผยพระวจนะแท้อีกคนหนึ่งได้พบเขา และกล่าวว่า “พระเจ้าทรงพบข้าพเจ้าหลังจากที่พระองค์ทรงพบท่าน” และกล่าวว่า “มาที่บ้านของข้าพเจ้าเถิด” และผู้เผยพระวจนะก็ได้ยินสิ่งที่อีกคนหนึ่งพูด และเขาเสียชีวิตด้วยสิ่งนั้น เห็นไหมครับ คุณจงกระทำในสิ่งที่พระเจ้าทรงบอกให้คุณกระทำไม่ว่าใครจะพูดอะไร

ตอนนี้พวกเราอยู่ในนิมิตนี้ มันทำให้ผมตื่นขึ้น วันที่สิบสามของเดือนกันยายน ... หรือของเดือนธันวาคม และขณะที่ผมนั่งอยู่ข้างเตียงผมกำลังแปลกใจว่า อนาคตของผมจะเป็นอย่างไร เมื่อผมกลับมาที่นี่พวกเขาพร้อมที่จะโยนผมเข้าไปในบ้านของวัชพืช ปรสิตเพิ่งจะนำผมไป และพวกเขาให้ผมทำการตรวจสอบเมื่อผมปะทะกับดินแดนแห่งนี้ และโดยพระคุณของพระเจ้าพวกเขาเพียงแค่ให้ผมกลับบ้านเพราะมันกระจัดกระจายมาก และผมได้อธิษฐานและได้ไปยังผู้รับใช้พระเจ้าเหล่านั้น ผมบอกว่า “พระเจ้าตรัสกับผมว่าจงอย่าไปทางนั้น” บอกว่า “โอ้ พระเจ้าตรัสกับคนบางคนนอกเหนือจากท่าน”

ผมบอกว่า “ครั้งหนึ่งโคราห์มีความคิดนั้น” แต่กระนั้นผมได้ไปและนำพวกใบไม้และวางมันไว้บนเท้าของพวกเขา และผมบอกว่า “จำได้ไหม ในพระนามของพระเจ้า ถ้าหากพวกเราเดินทางไปทริปนั้นที่นั่น มันจะเป็นความล้มเหลว และพวกเราทุกคนจะจ่ายราคาสำหรับมัน” และแน่นอนพวกเราได้ทำเช่นนั้น! โอ้! พวกเราทุกคนชอบที่จะตาย ดังนั้นแล้วการกลับมา....

คุณมีหลายสิ่งที่ต้องต่อสู้ในต่างประเทศเหล่านั้นตัวอย่างเช่น หมัดตัวเล็กๆ จะกัดคุณ มันจะทำให้คุณเป็นไข้เห็บ และสิ่งเล็กน้อยนั้นเมื่อมันกัดคุณถ้าหากคุณรู้สึกว่าตัวเองคัน คุณมิอาจจะเกามันได้ คุณเห็นไหมครับ; ถ้าหากมันเป็นลูกบอลสีดำเล็กๆ จงอย่าดึงมันออกไป มันมีหัวเล็กๆ มันเจาะรูเข้าไปในผิวหนังแล้วหมุนตัวแบบนี้ ถ้าหากคุณดึงมันออกมา คุณจะดึงหัวออกไปที่นั่น มันมีไวรัส มันจะทำให้คุณเป็นอัมพาตได้ ดังนั้นคุณจงอย่าเกา ... หรืออย่าดึงมันออกไป ให้ใช้ไขสัตว์ และมันหายใจเข้าทางด้านหลังของมัน หยดไขสัตว์ลงบนมันและมันออกมา

จากนั้นมียุงตัวเล็กๆ มันไม่ส่งเสียงดัง มันตรงมาทางอากาศ มันแค่ [บราเดอร์บรานฮาม แตะที่หลังมือของเขาเบาๆ] สัมผัสคุณ นั่นแหล่ะครับ; คุณเป็นโรคมาลาเรีย

และจากนั้นมีสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า งูแมมบ้า ถ้าหากมันกัดคุณ คุณอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณสองนาทีหลังจากที่มันกัดคุณ

และมีงูเห่าเหลือง คุณมีชีวิตอยู่ได้ประมาณสิบห้านาทีหลังจากการกัดของมัน และตัวหนึ่งของพวกมันอยู่ใกล้กับลูกชายของผมมากพอที่เขาจะอาจจะวางมือบนหัวของมัน ขึ้นมาฉกได้ก่อนที่พวกเราจะยิงเหมือนอย่างนั้น

และมีงูเห่าดำ โอ้ มีทุกสิ่งทุกอย่าง! และจากนั้นภัยธรรมชาติของสัตว์ แน่นอนครับ – สิงโต, เสือ, หรือเสือดาว และทุกสิ่งทุกอย่าง - เพื่อจะต่อสู้กับในป่า และจากนั้นพวกโรคร้าย มีพวกโรคร้ายทุกชนิดในที่นั้น

และคุณมีทุกอย่างที่จะเผชิญหน้าตอนที่คุณไป นอกจากนั้นแล้วที่นี่คือ หมอผีที่จะท้าทายคุณในทุกๆ มือ (ดูเถิดครับ) และพวกไสยศาสตร์และทุกสิ่งทุกอย่างของพวกเขาทั้งหมด แต่กระนั้นช่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่จะเห็นพระเจ้าของพวกเราทรงสะบัดมันจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งเหมือนอย่างนั้น จากนั้นไปต่อได้ และในวันนั้นผมจำได้ว่ากำลังยืนอยู่ตรงนั้น สิ่งที่ได้เกิดขึ้นดีอย่างไร ผมจะบอกคุณบางครั้งในการประชุมอื่นเพราะผมอยากจะไปบนเรื่องของผมตอนบ่ายนี้เรื่อง ปีศาจวิทยา

แต่ตอนนี้และผมกำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ นั่งอยู่ที่นั่น จุดจบจะเป็นอะไร? และการกลับมาข้ามทะเล.... ผมรู้ว่าพวกเรามีการสนทนาประมาณหนึ่งแสนครั้งขณะที่พวกเราอยู่ในที่นั่น และบราเดอร์บอสเวิร์ธมาหาผม ผมบอกว่า “ดีล่ะครับ บราเดอร์บอสเวิร์ธ?”

เขาบอกว่า “ผมภูมิใจในท่านมาก บราเดอร์บรานฮาม!” เขาบอกว่า “ท่านเพิ่งอยู่ที่นี่ ในจุดเริ่มต้นของชีวิต”

ผมบอกว่า “ดีล่ะครับ ผมคิดว่าทุกอย่างมันจบแล้ว” ผมบอกว่า “ผมอายุเลยสี่สิบปีไปแล้ว และผมคิดว่าผมได้ต่อสู้การต่อสู้อันดีและได้จบหลักสูตรแล้ว”

เขาบอกว่า “อายุเลยสี่สิบปีแล้วหรือครับ?” บอกว่า“ ผมอายุเท่านั้นก่อนที่ผมได้กลับใจใหม่” บอกว่า “ผมยังคงไปได้ดีอยู่” เขาอายุเกือบจะแปดสิบปีในวัยของเขา

ผมคิดว่า “ดีล่ะครับ บางทีนั่นเกือบจะใช่”

ดังนั้นเขาจึงบอกว่า “ไม่ครับ ท่านเพิ่งเป็นบรานฮามคนใหม่ตอนนี้ ท่านเพิ่งรู้วิธีการควบคุมการประชุมของท่านได้ดีขึ้นและทุกสิ่งทุกอย่าง” บอกว่า “ถ้าหากท่านเคยโจมตีอเมริกาในวิถีทางที่ถูกต้องของมัน ด้วยการตั้งการประชุมอย่างถูกต้องสถานที่ซึ่งท่านอาจจะอยู่ได้หกหรือแปดสัปดาห์ในสถานที่แห่งหนึ่ง และนำมันไปตั้งและโฆษณาไปรอบๆ” บอกว่า “ท่านควรจะทำอะไรเพื่อพระเจ้าของพวกเรา” ดังนั้นพวกเราจึงได้เดินหน้าต่อไปเหมือนอย่างนั้น ดังนั้นมันจึงดีมากๆ

หลังจากนั้นสักครู่หนึ่งผมเห็นนิมิต ตอนที่ผมอยู่ในอเมริกา และมันมาถึงผม และได้ส่งผมกลับไปยังแอฟริกา และมันได้แสดงให้ผมเห็นว่าการประชุมเดียวกันนั้นนั่งอยู่ตรงหน้าเมืองเดอร์บัน และการประชุมครั้งแรกจางหายเข้าไปในประวัติศาสตร์ด้วยการไปทางตะวันตก การประชุมครั้งที่สองเกิดขึ้น และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันยังคงมีขนาดใหญ่กว่าการประชุมครั้งแรกที่เคยเป็น

และผมได้ยินเสียงร้องเสียงดัง และทูตสวรรค์องค์หนึ่งกำลังเสด็จออกมาจากสวรรค์ พระองค์ทรงมีแสงสว่างเป็นอันมาก

และทูตสวรรค์ของพระเจ้าซึ่งทรงยืนเคียงข้างพวกเราที่นี่ ทรงยืนทางด้านขวาของผมทางด้านนี้เสมอ และพระองค์ทรงยืนอยู่ที่นั่นและพระองค์ทรงกำลังหมุนไปรอบๆ และผมเห็นชายผู้นี้ยืนอยู่ที่นั่น ตอนนี้นั่นไม่ใช่นิมิตเมื่อคุณเห็นพระองค์ มันเป็นเรื่องจริงเหมือนกับที่คุณกำลังมองดูที่ผม เพราะคุณอาจจะได้ยินพระองค์เดินและตรัสทุกสิ่งทุกอย่างกับคุณ พระองค์ทรงเป็นจริง มันไม่ใช่นิมิต ชายคนนั้นยืนอยู่ที่นั่นเช่นเดียวกับคุณ เสียงของพระองค์เหมือนกันกับของผมหรือของคุณที่เป็น แต่บางสิ่งบางอย่างของนิมิตที่หยุดต่อหน้าคุณและคุณเห็นมันเหมือนอย่างนั้น แต่ชายคนนี้เพียงแค่เดินขึ้นไปยืนตรงที่นั่น

ดังนั้นพระองค์ได้ทรงบอกผมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น และพระองค์ตรัสว่า .... ทูตสวรรค์องค์นี้เสด็จลงมา และพระองค์ทรงบอกให้ผมหันหลังกลับและมองทางนี้ และมองไปทางอินเดียตอนนี้ และผมไม่ได้บอกว่า มันอยู่ในอินเดีย แต่อยู่ใกล้

แต่กระนั้นพวกเขาเป็นคนอินเดีย เพราะชาวแอฟริกันเป็นคนอ้วนท้วนใหญ่เหมือนคนอ้วนใหญ่ บางคนสูงเกือบเจ็ดฟุตและมีน้ำหนัก โอ้ สองร้อยแปดสิบหรือสามร้อยปอนด์ กำยำ พวกเผ่าซูลู ตอนนี้ซองไฮ และบาซูตู และ โอ้ มีชนเผ่าแตกต่างกันมากมาย วันนั้นผมเทศนาแก่พวกชนเผ่าที่แตกต่างกันสิบห้าชนเผ่านั่งอยู่ที่นั่น

ผมอาจจะพูดหนึ่งคำ เช่น "พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า" ผมอาจจะดื่มน้ำก่อนที่มันได้ผ่านผู้แปลทุกคน คนหนึ่งจะพูดว่า.... และเสียงรบกวนทั้งหมด! ผมเคยคิดว่าตอนที่ผมได้ยินพวกเพ็นเทคอสต์พูดภาษาแปลกๆ บางทีคนหนึ่งพูดด้วยเสียงแบบหนึ่งและคนหนึ่งพูดแบบหนึ่ง นั่นจะเป็นอย่างไรในโลกนี้? แต่ผมเชื่อว่าพระคัมภีร์ไบเบิลถูกต้อง และรู้ว่ามันเป็น เมื่อมันกล่าวว่า "ไม่มีเสียงใดที่ปราศจากความสำคัญ" บางคนของพวกเขาอาจจะบอกว่า ... คนหนึ่งของพวกเขาพูดว่า "บลา บลา บลา บลา" นั่นหมายความว่า “พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า” อีกคนหนึ่งจะพูดว่า “คลุก คลุก คลุก คลุก” และนั่นคือ “พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า” ในภาษาของเขา ดังนั้นไม่ว่าเสียงของมันเป็นแบบใดก็ตาม มันคือความหมายบางแห่ง ถูกต้องครับ ไม่ว่าจะเป็นเสียงรบกวนแบบใดก็ตาม มันหมายถึงบางสิ่งบางอย่างกับคนบางคนบางแห่ง และพวกเขาให้มันออกมา

และผมได้สังเกตว่าทางซ้ายมือของผม ตอนที่ทูตสวรรค์เสด็จลงมาและผมเห็นฝูง – เหมือนที่นั่น และมีพวกคนที่ดูเหมือนว่าพวกเขามีแผ่นรอบๆ พวกเขาเหมือนอย่างนี้ และมันห่อและมัดรอบๆ เหมือนเด็กทารกน้อย - ผ้าเช็ดปาก และมันเป็น .... และผมก็มองให้ไกลที่สุดเท่าที่ผมจะได้เห็น มันไม่มีอะไรนอกจากคนทั้งหลาย จากนั้นทูตสวรรค์องค์นี้ได้ทรงเปิดไฟอันยิ่งใหญ่ที่สั่นไหวและมันเริ่มจะแกว่งไปมาเหมือนอย่างนั้น และผมไม่เคยเห็นผู้คนมากมายในชีวิตของผม!

และจากนั้นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งนี้ได้เสด็จเข้ามาใกล้ผม และพระองค์ตรัสว่า “มีสามแสนคนของพวกเขาในการประชุมนั้น” และผมได้เขียนมันลงไว้ที่นี่ และคุณเขียนมันลงในแผ่นกระดาษบางอย่าง เหมือนที่ผมบอกเกี่ยวกับเด็กชายเล็กๆ ที่ได้ฟื้นคืนชีพในฟินแลนด์ คุณเขียนสิ่งนั้นบนใบปลิวของพระคัมภีร์ไบเบิลหรือบางแห่งว่า ในการประชุมครั้งนี้จะมีการประชุม (และคุณจะฟังมันผ่านทางออกบางแห่ง) ของคนสามแสนคนซึ่งเข้าร่วมการประชุมนั้น ทีนี้เห็นไหมครับว่าถ้าหากมันไม่ใช่ นั่นจะเป็นขนาดสามเท่าของอีกครั้งหนึ่งซึ่งเคยเป็น ดูเถิดครับ สามแสนคนเข้าร่วมการประชุม และผมมีความสุขมากที่ได้ไปถึงที่นั่น ผมไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะผมชอบที่จะชนะจิตวิญญาณทั้งหลายเพื่อพระเจ้าของพวกเรา

และที่นั่นในคราวเดียวกัน การเห็นคนสามหมื่นคนที่ไม่เชื่อพระเจ้ามายังพระเยซูคริสต์ในการเรียกมาที่แท่นบูชาครั้งเดียว – คนสามหมื่นคนใหม่ๆ ที่ไม่เชื่อพระเจ้า

ตอนนี้ให้มาดูหัวข้อเรื่องของพวกเราอย่างรวดเร็ว เมื่อวานนี้พวกเราได้ศึกษาเทคนิคของพวกปีศาจ ผมได้คิดมาถึงวันนี้ ตามที่พระเจ้าทรงจัดการ .... คุณไม่รู้ว่ามันช่างมีเสรีภาพที่จะออกไป....

ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นครูอาจารย์ ผมอยู่ไกลจากการเป็นผู้อธิบายพระคัมภีร์ไบเบิล และการศึกษาของผมถูกจำกัดอยู่ที่เกรดเจ็ด ดังนั้นนั่นคือ.... และผมออกจากโรงเรียนมาเมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้ว ดังนั้นนั่นจึงออกมานานแล้ว และผมไม่มีการศึกษามากนัก แต่ทั้งหมดที่ผมรู้คือ สิ่งที่ผมได้รับผ่านแรงบันดาลใจ

และถ้าหากแรงบันดาลใจนั้นเปรียบเทียบกับพระคัมภีร์ไบเบิลมิได้ ดังนั้นมันก็ผิด ดูเถิดครับ มันต้องเป็นพระคัมภีร์ไบเบิล ไม่ว่ามันเป็นแรงบันดาลใจอะไรก็ตามมันต้องมา .... ที่นี่คือรากฐานของพระเจ้า ไม่มีการวางรากฐานอื่นนอกจากสิ่งนี้ และนี่คือสิ่งที่ .... ถ้าหากสิ่งที่ผมจะพูดจะตรงกันข้ามกับเรื่องนี้ คุณปล่อยให้คำพูดของผมเป็นเรื่องโกหก เพราะนี่คือความจริง เห็นไหมครับ ดูเถิด และถ้าหากทูตสวรรค์จะบอกบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างไปจากเรื่องนี้ อ. เปาโล กล่าวว่า “ขอให้เขาถูกสาปแช่ง” แม้กระทั่งทูตแห่งความสว่าง! ตอนนี้มีสิ่งดีๆ มากมาย ผมเพียง ... เท่านั้น ผมเลือกสองวันเพราะ ... เพื่อจะให้เรื่องนี้กับคนทั้งหลาย; นั่นคือเมื่อวานและวันนี้ของการประชุมตอนบ่าย

ตอนนี้เหตุผลที่ผมได้ทำสิ่งนี้คือ เพื่อจะให้ตัวของผมเองมีความพยายามบ้างเพื่อจะดูว่าถ้าหากพระเจ้าจะทรงช่วยผมได้ มีบางสิ่งบางอย่างในใจของผม และสิ่งนี้คือ การติดตามคำเทศนาอันยิ่งใหญ่นี้ และหลังจากที่พระเจ้าพระองค์เองทรงยืนยันสิ่งที่ผมได้เทศนาว่าเป็นความจริงในพระวจนะของพระองค์ ... โดยพระวจนะของพระองค์ก่อน และจากนั้นจึงผ่านบรรดาหมายสำคัญและการอัศจรรย์ทั้งหลาย.... ทีนี้ผมคิดว่า ด้วยความจริงของข่าวประเสริฐต่อคริสตจักร ผมอยู่ภายใต้ข้อผูกพันที่มีแด่พระเจ้าที่จะนำสิ่งนี้มายังคริสตจักร ถูกต้องครับ พวกเขาเลิกราไปในพวกองค์กรที่แตกต่างกันและส่วนทั้งหลายของนิกายของเขาจนกระทั่ง.... นั่นผิด พวกเราทุกคนเป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้าเมื่อพวกเราบังเกิดใหม่ ดูเถิดครับ และความจริงของสิ่งนี้คือ พระเจ้าทรงประสงค์ให้พวกเรารู้เรื่องนั้นว่า พวกเราเป็นบุตรทั้งหลายของพระองค์

ตอนนี้จำได้ไหมครับ วิหารของซาโลมอนถูกตัดออกไปทั่วโลก และที่นี่มีหินก้อนหนึ่งบิดมาทางนี้ และหินก้อนหนึ่งก็บิดไปทางนั้น และก้อนหนึ่งก็ถูกตัดขึ้นมาทางนี้ และก้อนหนึ่งก็ตัดไปทางนั้น แต่เมื่อมันมารวมเข้าด้วยกัน ไม่มีเสียงกระหึ่มของเสียงเลื่อยหรือเสียงค้อน ทุกสิ่งทุกอย่างตรงไปยังสถานที่ของมัน พระเจ้าทรงเป็นผู้สั่งสอนสิ่งนั้น

พระเจ้าทรงมีคริสตจักรที่เรียกว่า การประชุมทั้งหลาย และคนหนึ่งคริสตจักรของพระเจ้า และคนหนึ่งไปสถานที่แห่งนี้ และคนหนึ่งไปสถานที่แห่งนั้น; โอ้ เมื่อพวกเขาทุกคนมารวมเข้าด้วยกัน พวกเขาจะเป็นกลุ่มรักกันฉันท์พี่น้องกลุ่มใหญ่ และพระเจ้าจะทรงรวมคริสตจักรนั้นเข้าด้วยกันและทรงพานางขึ้นไปบนท้องฟ้า

ภาพที่มีชื่อเสียงทุกภาพ ก่อนที่มันจะถูกแขวนอยู่ในหอศิลป์ มันจะต้องถูกแขวนไว้ ... ผ่านห้องโถงของพวกนักวิจารณ์ก่อน คนที่วาด [คำไม่ชัดเจน] ... นั้น หรือ ผมขออภัยครับ ผมมิอาจจะเรียกชื่อของเขาได้ ผู้ที่วาดภาพพระกระยาหารค่ำมื้อสุดท้าย อย่างไรก็ตาม มันทำให้เขาใช้เวลาทั้งชีวิตของเขา เขาได้วาดภาพนั้น ผมเชื่อว่ามันประมาณยี่สิบปี ... หรือ สิบปี ระหว่างการวาดภาพพระคริสต์และยูดาส และคุณตระหนักหรือไม่ครับว่า ในภาพที่โด่งดังภาพนั้นซึ่งคนๆ เดียวกันนี้ได้แขวนไว้เพื่อพระคริสต์ สิบปีต่อมาได้แขวนไว้เพื่อยูดาส? นั่นใช่ครับ เขาได้ทำ สิบปีแห่งความบาป จากนักร้องโอเปร่าผู้ยิ่งใหญ่เพื่อจะมาแทนที่พระคริสต์ มายังสถานที่ของยูดาส คุณไม่ต้องใช้เวลาสิบปี มันใช้เวลาสิบนาที จะทำเช่นเดียวกันกับคุณ มันจะเปลี่ยนบุคลิกลักษณะของคุณในบาป แต่อย่างไรก็ตามภาพนั้นได้ผ่านการพวกนักวิจารณ์ทุกคนแล้ว

และนั่นคือสิ่งที่ผมคิดเกี่ยวกับคริสตจักรของพระเจ้า กลุ่มที่ถูกเรียกว่า .... ดีล่ะครับ ผมมิได้ตั้งใจทำสิ่งนี้ผ่านการกระแทกกระทั้นใดๆ ผมได้แล่นเรือไปเจ็ดทะเลแล้ว และผมอยู่บนการเดินทางครั้งที่สามรอบโลก และคนทั้งหลายบอกว่า “โฮลี่ โรลเลอร์, โฮลี่ โรลเลอร์!” (พวกคนเคร่งศาสนาที่ส่งเสียงดังและวิ่งไปมาตอนนมัสการ) และผมได้ค้นหาโลกและผมยังไม่เคยพบโฮลี่ โรลเลอร์ สักคนหนึ่งเลยครับ นั่นคือชื่อที่วิญญาณชั่วได้แปะติดไว้กับคนทั้งหลาย นั่นแหล่ะครับ ไม่มีสิ่งใดที่เหมือนกับโฮลี่ โรลเลอร์ และผมมีพวกสถิติของคริสตจักรต่างๆ ทุกคริสตจักรหกร้อยหกสิบแปดคริสตจักรที่แตกต่างกัน ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นในโลก และไม่มีคริสตจักรใดในพวกเขาเรียกว่า โฮลี่ โรลเลอร์ และนั่นมาจากรัฐบาล ไม่มีคริสตจักรโฮลี่ โรลเลอร์ สักแห่งหนึ่งที่ผมรู้จัก ดังนั้นมันจึงเป็นเพียงแค่บางสิ่งบางอย่างที่วิญญาณชั่วเรียก แต่ตอนนี้ในทุกคริสตจักรเหล่านี้ พระเจ้าได้ทรงวาดภาพๆ หนึ่ง และครั้งหนึ่งคริสตจักรเล็กๆ ทั้งหลายเหล่านี้ได้เคยอยู่ที่นี่มาแล้ว .... พวกคุณบางคน ....

ผมจับตาดูพวกผู้ชายผมสีเทาเหล่านี้ ลูกชายของผมเมื่อวานนี้ผมกำลังศึกษาอยู่ในห้อง และผู้รับใช้พระเจ้าท่านหนึ่งแวะมาและบอกว่า “อยากจะจับมือกับคุณพ่อของคุณ” แน่นอนครับ ลูกชายของผมได้ยืนขึ้นมากับบราเดอร์แบ็กซ์เตอร์และพวกเขาก็ตอบว่า: “ไม่ได้ครับ” อย่างรวดเร็ว นั่นแหล่ะครับ ผมไม่ชอบอย่างนั้น ดูเถิดครับ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ถ้าหากผม .... แน่นอนครับ ผมมิอาจจะรับใช้มนุษย์และพระเจ้าด้วยกันได้ แต่ผมคิดว่าผมชอบจับมือกับพี่น้องของผม ผมชอบทำอย่างนั้น มีบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับมัน ผมชอบจับมือกับผู้รับใช้พระเจ้า ไม่เพียงผู้รับใช้พระเจ้าเท่านั้น แต่ทุกคนที่เป็นลูกของพระเจ้า ผมชอบทำอย่างนั้น ผมไม่เคยรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้จนกระทั่งภรรยาของผมได้บอกผมทีหลัง ดีล่ะครับ ถ้าหากเขาอาจจะบอกผู้รับใช้พระเจ้าท่านนั้นได้ว่า “เดี๋ยวก่อนครับ เขากลับไปที่นั่นในการอธิษฐาน และผมจะดูว่าเขาจะพูดอะไร” ดีล่ะครับ นั่นจะดีกว่า ดังนั้นผมจึงให้การแก้ไขแก่เขาเล็กน้อยบนเรื่องนั้น อย่าทำอย่างนั้น ดูเถิดครับ

และดังนั้นมันจึงเป็นจริง คุณมิอาจจะอยู่ตรงข้างนอกได้เหมือนอย่างที่พี่น้องชายคนนั้นได้กล่าวไว้สักครู่หนึ่ง ถ้าหากคุณทำ จากนั้นตอนกลางคืนผมเหนื่อย คุณเห็นไหมครับ คนทั้งหลายไปพูดคุย และทุกคนอาจจะเจ็บป่วย และเมื่อพวกเขาพูดเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว มีทูตสวรรค์ของพระเจ้าทรงอยู่ตรงที่นั่นเพื่อจะทรงบอกเกี่ยวกับเรื่องนี้

ตอนนี้มีคนบางคนที่นั่งอยู่กำลังมองตรงมาที่ผม รู้ว่าเป็นจริงตั้งแต่ไม่กี่นาทีก่อน ... หรือประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่ผ่านมา สุภาพสตรีคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่นี่ซึ่งไม่รู้ว่ามันคืออะไร ทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้ตรัสกับนางเมื่อคืนก่อนและได้ทรงบอกบางสิ่งบางอย่างกับนางและนางมิอาจจะเข้าใจได้ แต่วันนี้มันได้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นนางจึงรู้ว่าตอนนี้มันหมายถึงอะไรเมื่อพระองค์ทรงกำลังบอกนาง และผมกำลังยืนอยู่ที่นั่นกำลังสนทนากับนาง และทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้เสด็จตรงไปข้างหน้าออกมาและได้ทรงบอกนางว่าปัญหาของนางคืออะไร และทั้งหมดมันเป็นเกี่ยวกับอะไร และนางกำลังคิดอะไรอยู่ และคนหนึ่งในคนทั้งหลายที่นางรัก และพระเจ้าได้ตรัสอย่างไรและได้ทรงบอกว่าพระองค์ได้ทรงยืนยันมันแล้ว และอะไรกำลังจะเกิดขึ้น ดังนั้นนั่นจึงเป็นวิถีทางอย่างที่มันเป็น ดูเถิดครับ พระเจ้าได้ตรัสดังนั้น

ดีล่ะครับ ตอนนี้ เกี่ยวกับอะไรประมาณสองสามครั้งที่ทุกๆ.... และนิมิตแต่ละครั้งทำให้คุณอ่อนแอมากขึ้น ดูเถิดครับ และสิ่งแรกคุณรู้ไหมครับ เมื่อคุณไปที่คริสตจักรในเวลากลางคืน คุณเพียงแค่เหน็ดเหนื่อยอย่างเต็มกำลังมากจนกระทั่งคุณแทบไม่รู้ว่าจะทำอะไร และพวกคุณอธิษฐานเผื่อผมเวลานี้ เห็นไหมครับ เพราะมันเป็นการประชุมหนึ่งไม่เหมือนกับอีกการประชุมหนึ่ง ถ้าหากนี่เป็นการประชุมเพียงครั้งเดียวเท่านั้นมันจะแตกต่างกัน ถ้าหากผมกำลังจะกลับบ้านตอนนี้และจะไม่ทำอะไรเลยสักสองสามเดือน ออกไปและนำสายเบ็ดตกปลามาและออกไปตกปลา แต่กระนั้นผมต้องไปจากการประชุมหนึ่งไปยังอีกการประชุมหนึ่ง จากที่หนึ่งตรงไปอีกที่หนึ่ง นั่นคือสิ่งที่ทำอย่างนั้นได้

และพวกคุณทุกคนอธิษฐาน พวกคุณกลับมาที่นี่ในพวกผู้ชม เมื่อคืนพวกเขาบอกผมว่าผม ... [จุดว่างบนเทป] ... ไม่ตอบสนองต่อการเรียก ตอนนี้มันค่อนข้างอันตราย คุณเห็นไหมครับ เมื่อพวกเขาพูดอย่างนั้น ดีล่ะครับ บางครั้งมีแสงทั้งหลายที่ไม่ส่องแสง มีจุดมืดอยู่ในระหว่างที่นั่น

และผมจับตาดูทูตสวรรค์ของพระเจ้าเมื่อพระองค์ทรงยืนอยู่ที่นี่ ผมสามารถสัมผัสได้ จากนั้นผมจะสัมผัสว่าพระองค์ทรงเคลื่อนจากผม และผมจะจับตาดู พระองค์จะทรงทิ้งผมไว้และพระองค์จะเสด็จไปบางแห่งและทรงยืนอยู่ที่นั่นสักครู่หนึ่ง และผมสามารถเห็นพระองค์ได้ และจะมีการส่องแสงจ้าและจะมีนิมิตมาถึง  จากนั้นผมจะเห็นนิมิต ผมจะเห็นบุคคลที่มองมันอยู่รอบๆ ว่าเป็นแบบใด และผมก็ค้นหาบุคคลนั้น จากนั้นผมจึงพูด นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น คุณไม่ต้องบอกทุกคนเรื่องนั้น แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น คุณเห็นไหมครับ มันทั้งหมดอยู่ในอาณาจักรฝ่ายวิญญาณ

จากนั้นถ้าหากบุคคลนั้นไม่ตอบสนอง มันจะเหมือนกับการอ่านพระคัมภีร์ไบเบิลที่นี่และบอกว่า "ไม่มีอะไรสำหรับมัน" เดินออกไปจากที่นั่น ดูเถิดครับ ดังนั้นนั่นจึงทำให้มันแย่มาก ดังนั้นจงตื่นตัว จงฟัง จงเฝ้าดู เมื่อพระองค์ตรัส ตอบ เพียงแค่พร้อมที่จะตอบได้ตลอดเวลา

และดังนั้นภรรยาของผม และบราเดอร์เบเลอร์และพวกเขาหลายคนในตอนเช้าวันนี้จึงเล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันเป็นการเรียกชายคนหนึ่งเกี่ยวกับพี่ชายของเขาบางแห่งที่มีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติกับเขา และอื่นๆ และชายคนนั้นไม่ตอบสนองต่อการเรียก ดังนั้นนั่นจึงช่วยไม่ได้ นั่นคือระหว่างพระเจ้ากับคนๆ นั้น นิมิตได้จากผมไปแล้ว; ผมไม่สามารถหามันได้อีกต่อไป เพราะเขาไม่ตอบ ดังนั้นจงจับตาดู จงเฝ้าระวัง

คราวนี้มาถึงเรื่อง ปีศาจวิทยา และพูดเกี่ยวกับปีศาจ ตอนนี้คนทั้งหลายเมื่อคุณบอกว่า "ปีศาจ" อย่างรวดเร็วพวกเขาเริ่มจะคิดว่า โอ้ ความคลั่งไคล้หรือบางสิ่งบางอย่าง แต่พวกปีศาจก็เป็นจริงเหมือนเหล่าทูตสวรรค์ พวกมันเป็นจริงมาก

และวิญญาณชั่วก็เป็นเหมือนวิญญาณชั่วจริงๆ เช่นเดียวกับที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า มันเป็นวิญญาณชั่ว สวรรค์นั้นเป็นจริงมาก และถ้าหากไม่มีพระพรนิรันดร์ ... การลงโทษนิรันดร์มากกว่า ก็ไม่มีพระพรนิรันดร์ ถ้าหากไม่มีกลางวันก็ไม่มีกลางคืน ดูเถิดครับ แต่กระนั้นแน่นอนว่ามีกลางวันก็มีกลางคืน

แน่นอนว่า มีคริสเตียน ก็มีคนหน้าซื่อใจคด แน่นอนว่า มีคนบางคนที่เป็นคนจริงจากพระเจ้า ก็มีคนบางคนที่ลอกเลียนแบบ ดูเถิดครับ มันเป็นข้อดีและข้อเสีย สีดำและสีขาว ตรงลงมาผ่านชีวิตในทุกสิ่งทุกอย่าง จริงและเท็จทุกหนแห่ง และมีข่าวประเสริฐเทียมเท็จ ก็มีข่าวประเสริฐแท้ มีบัพติศมาแท้ ก็มีบัพติศมาเทียมเท็จ มีผู้แสร้งว่าเชื่อ และมีผู้เชื่อแท้ มีดอลลาร์อเมริกันแท้ ก็มีดอลลาร์อเมริกันปลอม มีคริสเตียนแท้ ก็มีคนหน้าซื่อใจคดแท้ (ดูเถิดครับ) นั่นเป็นการลอกเลียนแบบ ดังนั้นคุณพบเรื่องนั้น ดังนั้นมันทั้งหมดจึงไปด้วยกัน ตอนนี้พวกเรามิอาจจะแยกแยะมันได้ พระเจ้าทรงอนุญาตให้ฝนตก

ให้ผมพูดที่นี่สักหน่อยครับ มีนักเทศน์กี่ท่านที่อยู่ที่นี่? ให้ยกมือของพวกท่านขึ้นมา ทุกคนรอบๆ นักเทศน์ทั้งหลาย ให้ดูมือของพวกท่าน ดีล่ะครับ พระเจ้าอวยพรพวกท่านพี่น้องทั้งหลาย คราวนี้ตอนนี้ พวกท่านอย่าใช้เรื่องนี้เพื่อหลักคำสอนตอนนี้ แต่ก่อนที่พวกเราจะเข้าหาหัวข้อสำคัญเรื่องนี้ ผมบอกพวกคุณ.... มีกี่คนที่เป็นเพ็นเทคอสต์ที่นี่บ้างครับ? ให้ยกมือขึ้นมา ทุกคนทั่วทุกแห่ง พวกคุณทุกคนเป็นเพ็นเทคอสต์ ตกลงครับ ผมอยากจะบอกพวกคุณว่า ผมมีอะไรเมื่อผมเข้ามาครั้งแรกในอาณาจักรทั้งหลายของพวกคุณ ... ตำแหน่งทั้งหลาย ผมเคยอยู่ที่นี่ขึ้นมาในรัฐอินเดียน่า ณ สถานที่เฉพาะแห่งหนึ่งซึ่งเรียกว่า มิชาวากา กลุ่มเพ็นเทคอสต์กลุ่มแรกที่ผมเคยเห็นเรียกว่า เพ็นเทคอสต์ แอสเซมบลีย์ส์ของพระเยซูคริสต์ ผมเชื่อหรือบางสิ่งบางอย่างเหมือนอย่างนั้น - กลุ่มอัศจรรย์ของคนทั้งหลาย ตอนนี้พวกเขาได้จัดตั้งเข้าด้วยกันและเรียกพวกเขาว่า ยูไนเต็ด เพ็นเทคอสต์ พวกเขาแยกตัวออกไปจากส่วนที่เหลือของพวกเขาเพราะว่าเรื่องบัพติศมาในน้ำ นั่นไม่ทำให้พวกเขาเป็นคนหน้าซื่อใจคด มีคริสเตียนแท้หลายคน คริสเตียนแท้ที่บังเกิดใหม่และมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ในตำแหน่งทั้งหลายของพวกเขา และพระเจ้าได้ประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้แก่พวกเขาโดยการรับบัพติศมาใน “พระนามพระเยซู” และให้คนอื่นๆ รับบัพติศมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งได้รับบัพติศมาใน “พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์” ดังนั้นพระเจ้าจึงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้แก่พวกเขาผู้ที่เชื่อฟังพระองค์ ดังนั้นผู้ใดที่เชื่อฟังพระองค์เล่าครับ? นั่นแหล่ะครับ

ถ้าหากคุณลืม และพวกเขาผู้ที่ต้องการเป็นหนทางเดียวก็ให้พวกเขาเป็น และคุณไปข้างหน้าและเป็นพี่น้องกัน นั่นแหล่ะครับ จงอย่า.... อะไรได้ทำให้มันสำเร็จ กำลังแตกสลาย เห็นไหมครับ กำลังแตกแยก กำลังฉีกขาด กำลังแตกสลายความเป็นฉันท์พี่น้อง กำลังตั้งออกมาและกำลังแยกตัวของพวกคุณเอง ไม่ครับท่าน พวกเราไม่ได้แยกจากกัน พวกเราเป็นหนึ่งเดียว นั่นถูกต้องครับ

แต่เมื่อผมกำลังยืนอยู่ที่นั่น ผมกำลังจับตาดูคนเหล่านั้น ตอนนี้ผมเพิ่งออกมาจากคริสตจักรเซาเทิร์นแบ๊บติสต์ปกติเก่าเล็กๆ แห่งหนึ่ง เหตุเพราะผมได้พบคนเหล่านั้น ผมได้เข้าไปที่นั่นและพวกเขากำลังตบมือของพวกเขา กำลังตะโกนร้องเสียงดังว่า “คนหนึ่งในพวกเขา, คนหนึ่งในพวกเขา, ยินดีที่ข้าฯ อาจจะบอกได้ว่า ข้าฯ เป็นคนหนึ่งในพวกเขา!”

ผมคิดว่า โอ้! ว้าว! สิ่งแรกคุณรู้ไหมครับ ที่นี่มีคนบางคนผ่านลงมาที่นั่นเต้นรำอย่างหนักเท่าที่พวกเขาสามารถเต้นได้ ผมคิดว่า ช่างเป็นมารยาทในคริสตจักร! ผมไม่เคยฟังสิ่งต่างๆ เช่นนั้น ผมเฝ้าดูพวกเขาอยู่รอบๆ อย่างแปลกใจ ดีล่ะครับ ในโลกนี้มีอะไรกับคนเหล่านี้บ้าง?

ตอนนี้คุณได้ยินผมเล่าเรื่องราวชีวิตของผม สถานที่ซึ่งผมพบการประชุมนั้นที่นั่น แต่นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยบอก ไม่เคยบอกมันมาก่อนในที่สาธารณะ ตอนนี้ถ้าหากคุณอยากจะลบมันออกจากเครื่องบันทึกเสียงของคุณเพราะคุณอาจจะทำอย่างนั้นได้ ตกลงครับ ตอนนี้ในนี้ผมได้เฝ้าดู ตอนนี้ผมก็คิด ดีล่ะครับ พวกเขาคนพวกนี้คือคนที่มีความสุขที่สุดที่ผมเคยเห็นในชีวิตของผม พวกเขาไม่รู้สึกละอายใจกับศาสนาของพวกเขา พวกเราแบ๊บติสต์รู้สึกละอายใจบ้างเล็กน้อยสักครั้งหนึ่ง คุณรู้ไหมครับ ดูเถิดครับ และเมื่อพวกเขาไปอธิษฐาน คุณรู้ไหมครับ ไปอยู่ข้างหลังพัดลม คุณรู้ไหมครับ แต่พวกเขาไม่ใช่ บราเดอร์ พวกเขามีศาสนาข้างใน ข้างนอกทั้งหมดและทุกคนของพวกเขา

ดีล่ะครับ ผมจำคืนนั้นได้เมื่อผมอยู่บนเวที กล่าวว่า “นักเทศน์ทุกท่านบนเวทีนี้” เป็นการประชุมใหญ่ พวกเขาต้องมีมันที่นี่ในภาคเหนือเนื่องจาก ... เนื่องจากปัญหาเรื่องสีผิว กฎหมาย จิม โครว์ ของภาคใต้ ดังนั้นพวกเขาจึงพบกันที่นั่นจากทุกแห่ง ดังนั้นผมจึงนั่งที่นั่นและเขาก็กล่าวว่า .... ดีล่ะครับ ตอนนี้ก็มี ... ผมฟังนักเทศน์ทุกท่านตลอดทั้งวันและทั้งคืนนั้น พวกเขา  กล่าวว่า .... นักเทศน์อาวุโสท่านหนึ่งเขาเป็นชายชราผิวสีออกมา มีผมรอบๆ ศีรษะของเขาเล็กน้อยแบบนั้น นักเทศน์ที่สวมเสื้อโค้ตยาวหางใหญ่ตัวโต คุณรู้ไหมครับ ปกกำมะหยี่ และอากาศมันร้อน ชายชราผู้น่าสงสารออกมาอย่างนี้และเขาบอกว่า “บุตรที่รักทั้งหลายของผม ผมอยากจะบอกคุณ .... ”; ต้องเป็นคำพยาน ผมเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่นั่งอยู่บนเวที ดังนั้นเขาจึงบอกว่า “ผมบอกคุณ!” เขานำข้อความของเขามาจากในพระธรรมโยบ: “เจ้าอยู่ที่ไหนเมื่อเราวางรากฐานทั้งหลายของแผ่นดินโลก จงบอกมาถ้าหากเจ้ามีความเข้าใจ”

นักเทศน์ทุกท่านเหล่านี้กำลังเทศนาเกี่ยวกับเรื่องพระคริสต์ และดำเนินการไปตามปกติ ผมฟังพวกเขา เพลิดเพลินไปกับมัน แต่ไม่ใช่เด็กชายชราคนนั้น! เขาได้กลับไปที่นั่นประมาณหนึ่งหมื่นปีก่อนที่โลกจะได้เคยเริ่มต้น เขาขึ้นไปบนฟ้าสวรรค์และร่วงลงมาบนท้องฟ้า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น สิ่งที่พวกเขาเทศนาดำเนินไปในตอนกลางวัน เขากำลังเทศนาว่า เกิดอะไรขึ้นในสวรรค์ เขาได้นำพระคริสต์กลับมาบนสายรุ้งในเส้นขอบฟ้า กลับไปยังบางแห่งที่โน่นในนิรันดร์กาล ทำไมเขาจึงไม่เทศนาประมาณห้านาทีจนกระทั่งชายอาวุโสคนนั้น-มีบางสิ่งบางอย่างยึดเขาไว้-เขากระโดดขึ้นไปบนอากาศแล้วแตะส้นเท้าของเขาเข้าด้วยกันแล้วร้องตะโกนเสียงดังว่า “โฮ่!” เขามีที่ว่างมากพอๆ กับที่ผมลุกขึ้นที่นี่ เขากล่าวว่า “พวกคุณไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะให้ผมเทศนาได้” และเขาก็จากไป

ดีล่ะครับ ผมคิดว่าถ้าหากนั่นจะทำให้ผู้ชายอายุประมาณแปดสิบปีได้ มันจะทำกับผมได้อย่างไร? ส่วนนั้นที่ผมต้องการ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ

แต่สิ่งที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ ตอนนี้พวกเรากำลังพูดเกี่ยวกับเรื่อง ปีศาจ ในขณะนี้ เกิดอะไรขึ้นกับผม ผมเฝ้าดูผู้ชายสองคน คนหนึ่งนั่งที่ด้านหนึ่งและอีกคนนั่งด้านหนึ่ง และเมื่อพระวิญญาณจะทรงเทลงมา พวกเขาผู้ชายก็จะลุกขึ้นพูดภาษาแปลกๆ และตะโกนแล้วหมุนไปรอบๆ และผมก็คิดว่า โอ้! ถ้าหากผมอาจจะยังทำอย่างนั้นได้เท่านั้น! เห็นไหมครับ ช่างวิเศษเหลือเกิน! โอ้ ผมแค่ชอบมัน ดีล่ะครับ ผมออกไปในทุ่งข้าวโพด และผมได้บอกคุณถึงเรื่องราวชีวิตของผม คุณอ่านมันในหนังสือ ผมนอนทั้งคืนและผมกลับมาในเช้าวันรุ่งขึ้น ดังนั้นผมคิดว่าผมแค่ทดสอบ ผมมีวิธีที่จะทำสิ่งต่างๆ ที่ไม่มีใครรู้นอกจากพระเจ้าและผม ดังนั้นผมจึงกล่าวคำอุปมาอุปไมย และไปพบวิญญาณของชายคนหนึ่ง คุณเห็นไหมครับ มันอยู่ ณ ที่นี่ ดูเถิดครับ และจากนั้นผมจึงต้องคุยกับชายคนหนึ่งในนั้น ผมเห็นพวกเขา พวกเขาอยู่ใกล้กัน และพวกเขาก็จับมือกันและเต้นรำและตะโกน ผมคิดว่า โอ้! นั่นฟังดูจริงสำหรับผม!

และผมก็กุมมือข้างหนึ่งของเขา และบอกว่า “คุณเป็นอย่างไรบ้างครับท่าน?”

เขาบอกว่า “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” คนดีมากแบบของสุภาพบุรุษ

ผมบอกว่า “ท่านเป็นผู้รับใช้พระเจ้าใช่ไหมครับ?”

เขาบอกว่า “ไม่ครับท่าน ผมเป็นแค่สมาชิกธรรมดา”

และผมต้องสนทนากับเขาต่อไปเล็กน้อยเพื่อที่ผมจะสามารถสังเกตวิญญาณของเขาได้ เห็นไหมครับ เขาไม่รู้เรื่องนั้น; ไม่มีใครรู้จักมัน ผมไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับมัน หลายปีต่อมาก่อนที่ผมจะพูดถึงมัน แต่เมื่อผมมาเพื่อจะค้นหา มันดังขึ้นจริงอย่างสมบูรณ์แบบเช่นเดียวกับชายคริสเตียน; ชายคนนั้นเป็นธรรมิกชนของพระเจ้าอย่างแน่นอน ผมคิด บราเดอร์ ไม่เป็นไรครับ

แต่ส่วนที่แปลกประหลาด: เมื่อผมได้รับของชายอีกคนหนึ่ง มันเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม เขาแม้แต่ยังอยู่กับผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยาของเขา นั่นแหล่ะครับ และผมเห็นมันดึงเขาขึ้นมาในนิมิต ผมคิด โอ้! มันไม่อาจจะเป็นเช่นนั้นได้ และชายคนนั้น .... ผมคิด คราวนี้ตอนนี้วิญญาณนี้ท่ามกลางพวกเขาคนทั้งหลายนั้นผิด นั่นคือทั้งหมดที่มีสำหรับมัน

ดังนั้นคืนนั้นเมื่อผมไปยังการประชุม และพระพรทั้งหลายกำลังเทลงมา ผมอธิษฐานต่อพระเจ้า และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทูตสวรรค์ของพระเจ้าทรงเป็นพยานให้เห็นว่า พระองค์ทรงเป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ และพระวิญญาณองค์เดียวกันทรงเทลงบนชายคนนี้ก็ทรงเทลงบนชายคนนั้น และเมื่อพระวิญญาณทรงเทลงมา พวกเขาทั้งคู่ก็ลุกขึ้นและพวกเขาทั้งคู่ก็ตะโกน และร้องเสียงดัง และสรรเสริญพระเจ้า และพูดภาษาแปลกๆ และเต้นรำ ผมทูลว่า “ผมมิอาจจะรับมันได้ พระเจ้า ผมไม่สามารถเห็นมันได้ในพระคัมภีร์ไบเบิลซึ่งจะถูกต้อง” ตอนนี้ผมบอกว่า “บางทีข้าพระองค์อาจจะถูกหลอก” ตอนนี้ที่นี่ผมอยู่บนพื้นฐานในพระคัมภีร์ไบเบิลอย่างเคร่งครัด มันต้องเป็นแบบนี้ ดูเถิดครับ และผมทูลว่า “พระบิดา พระองค์ทรงรู้สภาพของข้าพระองค์ และข้าพระองค์ต้องเห็นมันในพระวจนะของพระองค์ และข้าพระองค์มิอาจจะเข้าใจได้ ตอนที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเทลงบนชายคนนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเทลงบนชายคนนั้น และคนหนึ่งของพวกเขาเป็นธรรมิกชน และอีกคนหนึ่งเป็นคนหน้าซื่อใจคด และข้าพระองค์รู้ว่ามันเป็น" ผมรู้โดยไม่ต้อง ... ผมสามารถนำชายคนนั้นออกมาและพิสูจน์ให้เขาเห็นได้ หรือเรียกเขาออกมาตรงที่นั่นและบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้

ตามที่ผมอาจจะกล่าวได้ว่า ชายคนนั้นที่นั่งอยู่ที่นี่เมื่อคืนนี้ไม่เป็นอะไรเลยนอกจากเป็นคนหลอกลวง ถ้าหากมีแม้แต่คนหนึ่งนั่งอยู่ที่นั่น และผมควรจะเรียกเขาออกมา แต่เขาได้ลุกขึ้นและเริ่มอารมณ์เสีย ดังนั้นผมจึงปล่อยให้มันดำเนินต่อไปเพราะความรับผิดชอบการประชุม แต่ผมรู้จักเขา ใช่ครับท่าน มีหนึ่งคน พวกเขาสองคนนั่งอยู่ตรงข้างหลังที่นั่นคืนก่อน เป็นสมาชิกของคริสตจักรแห่งหนึ่งในเมืองนี้ พวกนักวิจารณ์จริงๆ! ผมเห็นพวกเขา แต่ถ้าหากคุณจะ มันก็แค่เริ่มต้นปัญหา ผมได้ทำแล้วหลายครั้ง ผมแค่ปล่อยให้พวกเขาอยู่ตามลำพัง ดูเถิดครับ ไม่เป็นไร พระเจ้าทรงรู้; พระองค์ทรงเป็นผู้พิพากษา ให้พวกเขาเรียกผมสักครั้งหนึ่ง และจากนั้นคุณจะเห็นบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น ให้เขา .... เหมือนปีศาจ: ผมไม่เคยเรียกปีศาจออกมา  เขาเพิ่งมาหาผมและท้าทายผม จากนั้นคือ เมื่อพระเจ้าเสด็จไปกระทำการงาน ดูเถิดครับ นั่นใช่ครับ คุณได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ดีล่ะครับ แต่ผมแค่ปล่อยมันไป ทำให้การประชุมยากลำบาก เพราะวิญญาณนั้นกำลังเคลื่อนตรงเข้ามาหาผมตลอดเวลา เห็นไหมครับ และดังนั้นผมเพียงดำเนินต่อไป

แต่ตอนนี้คนทั้งหลายเหล่านี้ผมมิอาจจะเข้าใจได้ และอีกสองหรือสามปีต่อมา ตอนที่ผมขึ้นไปที่เมืองกรีนส์มิลล์ รัฐอินเดียน่า ที่นี่การอนุรักษ์ของลูกเสือ ผมได้กลับไปที่ถ้ำเก่าแก่สถานที่ซึ่งผมจะไปอธิษฐาน และกลับไปที่นั่นผมจึงทูลว่า “พระบิดา ข้าพระองค์มิอาจจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มนั้นได้ กลุ่มคนที่ดีที่สุดที่ข้าพระองค์เคยพบในชีวิตของข้าพระองค์ และข้าพระองค์มิอาจจะเข้าใจได้ว่ามันจะเป็นวิญญาณที่ผิดได้อย่างไร ซึ่งมันคือ .... พระองค์ทรงรู้ถึงความสัตย์ซื่อในใจของข้าพระองค์ พระองค์ทรงรู้ว่าข้าพระองค์รักพระองค์อย่างไร และข้าพระองค์รับใช้พระองค์อย่างไร และพระวิญญาณองค์เดียวกันซึ่งทรงสถิตย์อยู่ที่นี่กับข้าพระองค์ก็ทรงสถิตย์อยู่กับพวกเขา และที่นี่มันเป็นบนคนนั้นที่นั่นเหมือนกัน” ดังนั้นผมจึงมิอาจจะเข้าใจได้

และพระเจ้าเสด็จลงมาด้วยพระเมตตาของพระองค์และได้ทรงสำแดงให้ผมเห็น ที่นี่คือสถานที่ซึ่งมันเป็น มันจะต้องเป็นตามข้อพระคัมภีร์ก่อน พระองค์ตรัสว่า “หยิบพระคัมภีร์ไบเบิลของเจ้าขึ้นมา” และผมจึงหยิบพระคัมภีร์ไบเบิลของผมขึ้นมา และผมคิดว่าผมถือพระคัมภีร์ไบเบิลเล่มนั้นเป็นเวลาสิบนาทีโดยไม่มีใคร ... ไม่มีถ้อยคำอีกต่อไป ผมรอสักครู่หนึ่ง ผมได้ยินพระองค์ตรัสอีกครั้งหนึ่งว่า “เปิดไปที่พระธรรมฮีบรู บทที่ 6 และเริ่มอ่าน” และผมก็ทำ และเมื่อมันลงมาที่นั่นกล่าวว่า “ด้วยว่าพื้นแผ่นดินที่ได้ดูดดื่มน้ำฝนที่ตกลงมาเนืองๆ และ ... แต่ดินที่งอกหนามใหญ่และหนามย่อยก็ถูกทอดทิ้ง และเกือบจะถึงที่สาปแช่งแล้ว ซึ่งในที่สุดก็จะถูกเผาไฟเสีย” และผมจึงจับมันได้ตรงนั้น

ผมคิดว่านั่นแหล่ะครับ ขอบพระคุณพระเจ้า! นั่นแหล่ะครับ ดูเถิดครับ

ตอนนี้พระเยซูตรัสว่า “ผู้หว่านคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ดพืช” พระองค์มิได้ตรัสหรือครับ? ตอนนี้พวกคุณทุกคนเป็นคริสเตียนที่นี่ อย่างไรก็ตามทุกคนได้จับมือของพวกเขา: เพ็นเทคอสต์ คริสเตียนที่บังเกิดใหม่ทั้งหลาย ตกลงครับ และพระองค์ตรัสว่า “มีผู้หว่านคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ดพืช และในขณะที่เขาหลับอยู่ (ระหว่างความตายของเขา ดูเถิดครับ) และในขณะที่เขาหลับอยู่ ศัตรูก็มาและหว่านข้าวละมานในทุ่งข้าวสาลีนั้น” ข้าวละมานคืออะไร? วัชพืช ไม้หนามและสิ่งต่างๆ ตอนนี้ “และเมื่อชาวนา (นักเทศน์) เห็นข้าวละมานเหล่านี้เติบโตอยู่ เขากล่าวว่า 'ให้ข้าพเจ้าไปถอนพวกมันขึ้นมาเถิด' นายกล่าวว่า 'อย่าเลย ท่านจะถอนข้าวสาลีด้วย ให้พวกมันจำเริญไปด้วยกันเถิด'”

มีทุ่งข้าวสาลีข้างนอกที่นี่ มีพวกไม้เลื้อย, ลูกตำแย, วัชพืชเหม็น, ทุกสิ่งทุกอย่างในนั้น นั่นใช่ไหมครับ? แต่ตอนนี้ในที่นั่นมีข้าวสาลี คราวนี้ฝนก็ตกลงมาบนแผ่นดินโลกเพื่อจะรดน้ำมัน ตอนนี้ฝนตกเพื่ออะไร? ไม่ใช่เพื่อจะรดน้ำลูกตำแย ตอนนี้ให้จับตาดูและตั้งใจอย่างใกล้ชิดครับ ไม่ต้องรดน้ำไม้เลื้อย ฝนถูกส่งไปยังข้าวสาลี แต่ลูกตำแยและวัชพืชก็กระหายน้ำเหมือนข้าวสาลี และฝนอันดียวกันที่ตกบนข้าวสาลีก็ตกลงบนวัชพืช และวัชพืชแก่ๆ เล็กๆ จะยืนขึ้นตรงเหมือนอย่างนั้น และมีความสุขและชื่นชมยินดีมากเท่ากับข้าวสาลีน้อยที่จะยืนขึ้นและยืนด้วยตัวของมันเอง

“แต่โดยผลของพวกเขา ท่านจะรู้จักพวกเขา” นั่นแหล่ะครับ เห็นไหมครับ ตอนนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์องค์เดียวกันทรงอวยพรคนหน้าซื่อใจคด นั่นทำให้พวกคุณพวกอาร์มีเนียบางคนล้มมวยออกไป แต่นั่นเป็นความจริง นั่นเป็นความจริง จากนั้นเรียกมันว่า ความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งผมเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ด้วยเช่นกัน แต่กระนั้นพระวิญญาณองค์เดียวกัน ฝนตกลงมาบนคนชอบธรรมและคนอธรรม แต่ด้วยผลของพวกเขา ท่านจะรู้จักพวกเขา”

ถ้าหากผมมองออกไปที่นี่ไปเก็บข้าวสาลี ผมจะได้ข้าวสาลี แต่พวกวัชพืชก็ถูกผูกไว้ทั้งหมด และพวกมันอาศัยอยู่ในสายฝนอันเดียวกันที่ตกลงมาเพื่อข้าวสาลี และฝนก็ไม่ถูกส่งไปยังวัชพืช มันถูกส่งไปยังข้าวสาลี แต่ฝนที่ตกอยู่ในทุ่งนา ... พวกวัชพืชที่อยู่ในทุ่งข้าวสาลีก็ได้รับประโยชน์จากฝนมากพอๆ กับส่วนที่เหลือของพวกมันที่ได้ และฝนอันเดียวกันที่ทำให้ข้าวสาลีมีชีวิตก็ทำให้วัชพืชมีชีวิต

ทุกสิ่งทุกอย่างในฝ่ายธรรมชาติเป็นแบบอย่างฝ่ายวิญญาณ ในขณะที่พวกเรากำลังสอนอยู่ ที่นั่นคือ: ปีศาจวิทยา ... ปีศาจที่ปลอมตัวเป็นพวกคริสเตียน แต่ยังได้รับพระพร นั่นไม่ใช่นมพร่องมันเนย พี่น้อง ถ้าหากคุณสามารถรับมันได้ เห็นไหมครับ ดูเถิดครับ ตกลงครับ มันเป็นความจริง

ดังนั้นมิใช่ว่าผมได้รับความรอดวันนี้เพราะผมสามารถตะโกนได้ มิใช่ว่าผมได้รับความรอดเพราะผมรู้สึกว่าเหมือนผมได้รับความรอด ผมได้รับความรอดเพราะผมได้ทำตามเงื่อนไขของพระเจ้าในพระคัมภีร์ไบเบิลนี้ พระเยซูตรัสว่า “ผู้ใดที่ฟังคำของเราและเชื่อในพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา ผู้นั้นก็มีชีวิตนิรันดร์ และจะไม่ถูกพิพากษา แต่ได้ผ่านพ้นความตายไปสู่ชีวิตแล้ว” ผมเชื่ออย่างนั้น นั่นใช่ครับ และในเงื่อนไขเหล่านั้นผมได้รับความรอดเพราะพระเจ้าตรัสดังนั้น

ถ้าหากเขาบอกผมว่า คุณได้รับความรอดเพราะคนบางคนบอกว่า “มีลมอันแรงกล้าปะทะผมในใบหน้า” นั่นยอดเยี่ยม แต่ผมอยากจะรู้ว่าลมอันแรงกล้ามาจากที่ไหนก่อนที่มันจะปะทะผมในใบหน้า ดูเถิดครับ ตอนนี้คุณจะมีชีวิตแบบไหนหลังจากลมอันแรงกล้าปะทะคุณ? เห็นไหมครับ ดูเถิดครับ มันเป็นโดยผลของคุณ คุณรู้แล้ว ดังนั้นพวกปีศาจอาจจะทำงานตรงท่ามกลางคริสเตียนทั้งหลายได้ คุณเชื่อเรื่องนั้นไหมครับ?

มองดูที่ อ. เปาโล อ. เปาโล ได้กล่าวไว้....

ตอนนี้ที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งฝนหลังฤดู.... ถ้าหากมีใครในพวกคุณที่นี่ ให้อภัยผม ถ้าหากผมพูดอะไรที่ต่อต้านพวกคุณ ผมจะไม่พูดต่อต้านพวกคุณอีกต่อไปมากกว่าที่ผมจะพูดกับแอสแซมบลีย์สหรือพวกอื่นๆ พวกแบ็บติสต์ หรือใครอื่นก็ตาม มันเป็นความจริงคือ สิ่งที่เป็นความจริง สถานที่ซึ่งคุณออกไปคือสิ่งนี้: คุณกำลังทำให้พวกผู้เผยพระวจนะออกมาจากพวกเขาและสิ่งทั้งหลายที่ไม่ใช่พวกผู้เผยพระวจนะ พวกผู้เผยพระวจนะไม่ได้ถูกวางมือและถูกส่งออกไป พวกผู้เผยพระวจนะเป็นมาโดยกำเนิด ดูเถิดครับ ในพระคัมภีร์ไบเบิลมีของประทานแห่งการเผยพระวจนะ มีความผิดพลาดของคุณอยู่ที่: ระหว่างของประทานแห่งการเผยพระวจนะและผู้เผยพระวจนะ ของประทาน....

“ในโบราณกาลพระเจ้าได้ตรัสด้วยวิธีต่าง ๆ มากมายแก่บรรพบุรุษทางพวกผู้เผยพระวจนะ แต่ในวันสุดท้ายเหล่านี้พระองค์ได้ตรัสแก่เราทั้งหลายทางพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์” พระกายของพระคริสต์มีของประทานฝ่ายวิญญาณเก้าอย่างที่กระทำการงานอยู่ และมันอาจจะอยู่บนผู้หญิงคนนี้คืนนี้ คำเผยพระวจนะ อาจจะไม่เคยอยู่ในชีวิตที่เหลืออยู่ของนาง มันอาจจะอยู่บนผู้หญิงคนนี้ในคืนถัดไป อาจจะอยู่ในผู้ชายคนนี้ในครั้งต่อไป อาจจะอยู่บนคนนั้นกลับมาที่นั่นในครั้งต่อไป นั่นไม่ได้ทำให้นางเป็นผู้เผยพระวจนะ ไม่ได้ทำให้ใครเป็นผู้เผยพระวจนะ มันเป็นของประทานแห่งการเผยพระวจนะในคุณ

และก่อนที่ผู้ชายคนนั้นหรือคำเผยพระวจนะนั้นจะให้แก่คริสตจักรได้ มันจะต้องมีการตัดสินต่อหน้าพวกผู้วินิจฉัยฝ่ายวิญญาณสองหรือสามคน นั่นใช่ไหมครับ? ตอนนี้ อ. เปาโล กล่าวว่า “ขอให้พวกท่านทุกคนเผยพระวจนะทีละคน” ถ้าหากมีบางสิ่งบางอย่างเปิดเผยสำแดงแก่คนนี้ ให้คนนั้นอยู่อย่างสงบ ดีล่ะครับ แล้วนั่นจะทำให้ทั้งกลุ่มเป็นพวกผู้เผยพระวจนะตามคำสอนของวันนี้ ไม่ใช่ครับ คริสตจักรเพ็นเทคอสต์ พวกเรามีสิ่งต่างๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่ต้องระมัดระวัง และนั่นคือเหตุผลที่พระเจ้ามิอาจจะเสด็จเข้ามาข้างในได้จนกระทั่งพวกเราจะได้รับสิ่งที่ตรงออกมาและอยู่บนพระคัมภีร์ไบเบิล นั่นถูกต้องครับ คุณต้องได้เส้นทางที่ถูกต้อง คุณจะสร้างบ้านโดยไม่ดูพิมพ์เขียวได้อย่างไร เห็นไหมครับ? คุณต้องเริ่มต้นให้ถูกต้อง

คราวนี้ในที่นั่น ผู้เผยพระวจนะ.... คุณไม่เคยเห็นใครยืนอยู่ต่อหน้าอิสยาห์, โมเสส คนหนึ่งได้ยืนอยู่ โคราห์ วันหนึ่งและพยายามที่จะโต้แย้งกับเขา และพระเจ้าตรัสว่า  เจ้าทั้งหลายจงออกไปให้ห่าง เราจะทำให้แผ่นดินโลกนี้แยกออก” ผู้เผยพระวจนะเป็นมาโดยกำเนิด บรรดาของประทานและการทรงเรียกปราศจากการกลับใจ นั่นคือการทรงกำหนดล่วงหน้าของพระเจ้า ตั้งแต่เป็นเด็กทารกขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างถูกต้องอย่างสมบูรณ์แบบตลอดมาอย่างแน่นอน สิ่งที่พระองค์ตรัสเป็นความจริงและพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าจริงและได้นำออกมาได้ มันคือพระวจนะของพระเจ้าที่มายังผู้เผยพระวจนะท่านนั้น แต่ของประทานแห่งการเผยพระวจนะอยู่ในคริสตจักรแห่งนั้น

ตอนนี้คุณบอกว่า “ดีล่ะครับ พวกผู้เผยพระวจนะอยู่ในพันธสัญญาเดิม” โอ้ ไม่ครับ! พันธสัญญาใหม่ก็มีพวกผู้เผยพระวจนะ

อากาบัสเป็นผู้เผยพระวจนะในพันธสัญญาใหม่ มองดูที่วิญญาณแห่งการเผยพระวจนะเทลงมาที่นั่นและด้วยการบอก อ. เปาโล เกี่ยวกับพวกเขา อากาบัสมาจากกรุงเยรูซาเล็มมาที่นี่และพบ อ. เปาโล และมัดผ้าคาดเอวไว้รอบตัวของเขา และหันหลังกลับมาและกล่าวว่า "พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ชายผู้ที่สวมเครื่องคาดเอวนี้จะต้องถูกล่ามโซ่เมื่อเขาไปถึงกรุงเยรูซาเล็ม" อากาบัสได้ยืนขึ้นและบอกว่า ... บอกล่วงหน้าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น เขาเป็นผู้เผยพระวจนะ มิใช่คนที่มีของประทานแห่งการเผยพระวจนะ

และของประทานแห่งการเยียวยารักษาโรคและพวกของประทานเหล่านั้น เพื่อนๆ เพ็นเทคอสต์ของผม  พวกคุณทำให้มันผสมปนเปกัน ของประทานทั้งหลายอยู่ในคริสตจักร ภายใต้บุคคลที่อยู่ในคริสตจักร ทุกคนที่รับบัพติศมาเข้าไปในพระกาย “พวกเราทุกคนรับบัพติศมาโดยพระวิญญาณองค์เดียวกัน” และพระคัมภีร์ไบเบิลได้กล่าวไว้....

“ดีล่ะครับ ผมมีของประทานการเยียวยารักษาโรค”

ดีล่ะครับ พระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า “จงสารภาพความผิดต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเผื่อกันและกัน” ทุกคนอธิษฐานเผื่อกันและกัน พวกเราไม่ได้เป็นกลุ่มที่แบ่งแยก พวกเราเป็นกลุ่มที่รวมตัวกัน ดูเถิดครับ ตอนนี้และบางครั้งมีพวกปีศาจทำการงานได้อย่างไร

ตอนนี้ให้จับตาดูสิ่งที่ อ. เปาโล ได้กล่าวไว้ว่า “ถ้าหากผู้ใดจะพูดภาษาแปลกๆ และให้อีกคนหนึ่งแปล และอะไรก็ตามที่เขาพูดให้วินิจฉัย ก่อนที่คริสตจักรจะได้รับ”

ตอนนี้มันจะไม่เป็นการอ้างถึงข้อพระคัมภีร์ไบเบิลหรืออีกอย่างหนึ่งเหมือนอย่างนั้น พระเจ้ามิได้ทรงกระทำซ้ำพระองค์เอง แต่มันจะเป็นการตักเตือนสำหรับคริสตจักร ดังนั้นถ้าหากเหล่าผู้วินิจฉัยที่ดีกล่าวว่า “ให้รับสิ่งนั้นไว้ ตกลง นั่นเป็นของพระเจ้า” คนที่สองกล่าวว่า “ให้รับมันไว้” ปากของพยานสองหรือสามปาก ให้ทุกถ้อยคำได้สถาปนาไว้ จากนั้นคริสตจักรได้รับมันและไปทำให้พร้อมสำหรับมัน ถ้าหากสิ่งนั้นยังไม่เกิดขึ้น สิ่งที่กล่าวไว้ ดังนั้นพวกคุณก็มีวิญญาณชั่วอยู่ท่ามกลางพวกคุณ นั่นถูกต้องครับ ถ้าหากมันเกิดขึ้น จากนั้นขอบพระคุณพระเจ้า พระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตย์อยู่ท่ามกลางพวกคุณ ดูเถิดครับ ตอนนี้นั่นคือสถานที่ซึ่งคุณต้องจับตาดูและระมัดระวัง ดังนั้นจงอย่าพยายามกดดัน ผมมิอาจจะทำให้ตัวของผมเองมีดวงตาสีน้ำตาลได้เมื่อผมมีสีฟ้า เห็นไหมครับ ผมต้องพอใจกับดวงตาสีฟ้า ตอนนี้มีสถานที่ซึ่งพวกปีศาจทำการงานในอาณาจักรของคนฝ่ายวิญญาณทั้งหลาย

ตอนนี้พวกเรามีบางสิ่งบางอย่างที่ลึกกำลังมาถึงที่นี่ และผมหวังว่ามันจะไม่ลึกเกินไป ตอนนี้ในพระธรรม 1 ซามูเอล บทที่ 28 ผมอยากจะอ่านข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ ผมอยากจะให้คุณฟังอย่างใกล้ชิด และผมอยากจะนำเรื่อง “ปีศาจทั้งหลาย” มาแสดงให้คุณเห็นว่า พวกมันทำการงานอย่างไรตรงในคริสตจักร และซาตานมีของปลอมเพราะมีของจริงทุกอย่าง ตอนนี้คุณสามารถเห็นได้ตามพระคัมภีร์ไบเบิลว่า พวกปีศาจมาในท่ามกลางคริสเตียนทั้งหลายและพวกมันปลอมตัวมา

และหลายครั้งพวกเราได้ประกาศว่าคนทั้งหลายได้เป็นพวกคริสเตียนเมื่อพวกเขาได้กล่าวว่า “ข้าพเจ้าเชื่อในพระเยซูคริสต์” เหตุไฉนพวกวิญญาณชั่วก็เชื่อในสิ่งเดียวกันและตัวสั่น นั่นไม่ได้เป็นหมายสำคัญว่าคุณได้รับความรอด คืนหนึ่งในคืนทั้งหลายเหล่านี้ผมอยากจะพูดเรื่องการทรงเลือกสรร และจากนั้นคุณจะเห็นว่าความรอดหมายถึงอะไร เห็นไหมครับ มันไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องทำกับมันในตอนแรกหรือตอนสุดท้าย หรือไม่มีอะไรที่คุณสามารถทำเกี่ยวกับมันได้ พระเจ้าทรงช่วยคนๆ หนึ่งให้รอดได้โดยไม่มีเงื่อนไข เด็กชายที่จมน้ำลึก เขาไม่ได้จมน้ำหรือครับ? ผมอาจจะเพิ่งนำเรื่องนั้นออกมาจากระบบของพวกคุณในขณะที่พวกเราอยู่ในเรื่องนั้น ตกลงครับ

อับราฮัมเป็นจุดเริ่มต้นของความเชื่อของพวกเรา นั่นใช่ไหมครับ? อับราฮัมได้รับพระสัญญา และพระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมเพราะเขาเป็นคนดีเยี่ยม ผมเดาหรือครับ? ไม่ครับท่าน เขาลงมาจากกรุงบาบิโลน ในแผ่นดินเคลเดีย ในเมืองอูร์ และพระเจ้าทรงเรียกเขาและทรงกระทำพันธสัญญากับเขาโดยไม่มีเงื่อนไข “เราจะช่วยเจ้าให้รอด และไม่ใช่เพียงเจ้าเท่านั้น อับราฮัม แต่เป็นเชื้อสายของเจ้า” โดยไม่มีเงื่อนไข!

พระเจ้าทรงกระทำพันธสัญญากับมนุษย์และมนุษย์หักพันธสัญญาของพระองค์ทุกครั้ง มนุษย์ไม่เคยรักษาพันธสัญญากับพระเจ้า กฎหมายไม่เคยถูกรักษาไว้ พวกเขามิอาจจะรักษากฎหมายได้ พระคริสต์เสด็จมาและหักพระบัญญัติด้วยพระองค์เอง เพราะว่าพระคุณได้จัดเตรียมพระผู้ช่วยให้รอดไว้ ดังนั้นโมเสสจึงได้เตรียมหนทางหนีไว้ และจากนั้น ... หลบหนีมากกว่าครับ; และจากนั้นคนทั้งหลาย หลังจากนั้นพวกเขายังคงต้องการทำบางสิ่งบางอย่าง มนุษย์พยายามทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อช่วยตัวของเขาเองอยู่เสมอ เมื่อคุณมิอาจจะทำมันได้ มันเป็นธรรมชาติของเขา ทันทีที่เขาพบว่าเขาเปลือยกายอยู่ในสวนเอเดน เขาได้ทำผ้ากันเปื้อนใบมะเดื่อ นั่นใช่ไหมครับ? แต่เขาพบว่าพวกมันไม่ได้ผล ไม่มีอะไรที่มนุษย์สามารถทำได้เพื่อช่วยตัวของคุณเอง พระเจ้าได้ทรงช่วยให้คุณรอดโดยไม่มีเงื่อนไขตลอดมาทุกยุคทุกสมัย และจากนั้นเมื่อคุณได้รับความรอด คุณก็ได้รับความรอด

ให้มองดูที่อับราฮัม มีคนนั้นที่ได้ไปที่นั่นแล้ว และพระเจ้าประทานดินแดนปาเลสไตน์ให้แก่เขาและทรงบอกเขาว่าจงอย่าออกไปจากที่นั่น ชาวยิวคนใดที่ออกจากดินแดนปาเลสไตน์นั้นก็เป็นคนที่หันหลังกลับ พระเจ้าได้ทรงบอกให้เขาอยู่ที่นั่น ถ้าหากพระเจ้าทรงบอกให้คุณทำอีกอย่างหนึ่ง และคุณไม่ทำมัน ดังนั้นคุณเป็นคนหันหลังกลับ นั่นใช่ไหมครับ? ตกลงครับ การกันดารอาหารเกิดขึ้นเพื่อจะทดสอบความเชื่อของอับราฮัม และแทนที่อับราฮัมจะอยู่ที่นั่น ไม่ เขามิอาจจะอยู่ที่นั่นได้ เขาวิ่งออกไป และพาซาร่าห์ไปประมาณสามร้อยไมล์ (หวังว่าผมมีเวลาที่จะพูดเรื่องนั้นครับ) ลงไปยังดินแดนอีกแห่งหนึ่ง

และเมื่อเขาลงไปที่นั่น และจากนั้นเขาได้พบกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่องค์นี้ลงมาที่นั่น อาบีเมเลค พระองค์ทรงเป็นคนหนุ่มและทรงกำลังมองหาคนรัก ดังนั้นพระองค์ได้ทรงพบซาร่าห์ภรรยาของอับราฮัม และทรงตกหลุมรักนาง และอับราฮัมกล่าวว่า “ตอนนี้ให้ท่านบอกพระองค์ว่า ท่านเป็นน้องสาวของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าเป็นพี่ชายของท่าน”

ดังนั้นนั่นจึงทำให้อาบีเมเลคโปรดปราน ดังนั้นพระองค์ได้ตรัสว่า “ตกลง พวกเราจะพานางไปที่ปราสาท” และผมคิดว่า พวกผู้หญิงคงได้จัดเตรียมนางไว้แล้ว และพระองค์ทรงกำลังจะอภิเษกสมรสกับนางในวันต่อมา

และอาบีเมเลคเป็นคนดี, คนชอบธรรม และในคืนนั้นขณะที่พระองค์กำลังบรรทมอยู่ พระเจ้าได้ทรงปรากฏต่อพระองค์และตรัสว่า “เจ้าเป็นเหมือนคนตาย” พระองค์ตรัสว่า “หญิงนั้นซึ่งเจ้านำมา ด้วยว่านางเป็นภรรยาของผู้อื่นแล้ว” ตอนนี้จับตาดู! ภรรยาของผู้อื่น

ทำไมเขาจึงทูลว่า “พระเจ้า พระองค์ทรงรู้ถึงใจอันซื่อตรงของข้าพระองค์” ผู้ชอบธรรมที่บริสุทธิ์ “พระองค์ทรงรู้ถึงใจอันซื่อตรงของข้าพระองค์ เขาบอกแก่ข้าพระองค์มิใช่หรือว่า นางเป็นน้องสาวของเขา และแม้แต่นางเอง นางก็ว่า เขาเป็นพี่ชายของนาง  ชายคนนั้นบอกข้าพระองค์ว่าเป็นน้องสาวของเขา และนางมิได้บอกตัวเองว่านั่นคือ 'พี่ชายของข้าพระองค์' หรือ?”

พระองค์ตรัสว่า ... พระเจ้าตรัสว่า “เรารู้แล้วว่าเจ้ากระทำดังนี้ด้วยใจอันซื่อตรง และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เจ้าไม่ทำบาปต่อเรา แต่นั่นเป็นผู้เผยพระวจนะของเรา!” ฮาเลลูยา!

เขาเป็นอะไรเล่าครับ? คนหันหลังกลับ และคนฉลาดแกมโกงที่โกหก นั่นถูกต้องไหมครับ? โอ้ ไม่ครับ ไม่มีการโกหกสีขาวเล็กน้อย พวกเขาเป็นการโกหกสีดำหรือพวกเขาไม่โกหกเลยอย่างใดอย่างหนึ่ง ชายคนนั้นนั่งอยู่ที่ข้างนอกนั่นพูดโกหกต้นสนที่ว่างเปล่า บอกว่านางคนนั้นเป็นน้องสาวของเขาเมื่อนางเป็นภรรยาของเขา ด้วยการตีรอบๆ พุ่มไม้ และหันหลังกลับ

และนี่คือคนชอบธรรมที่ยืนอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า และทูลว่า “พระเจ้า พระองค์ทรงรู้ใจของข้าพระองค์”

“แต่เราจะไม่ฟังคำอธิษฐานของเจ้า อาบีเมเลค แต่จงคืนนางไปและให้เขาอธิษฐานเผื่อเจ้า เขาเป็นผู้เผยพระวจนะของเรา เราจะฟังเขา” คนหันหลังกลับ คนโกหก แต่ “นั่นเป็นผู้เผยพระวจนะของเรา” ความจริงนั้นหรือ? นั่นเป็นพระคัมภีร์ไบเบิล

ตอนนี้อย่าดิ่งไกลเกินไปจากที่นี่บนทางด้านคาลวินนิสต์ที่ว่า “ครั้งหนึ่งในพระคุณ จงอยู่ในพระคุณเสมอ” เพราะคุณจะอยู่ในความอับอาย ดูเถิดครับ ตอนนี้สักครู่หนึ่ง; พวกเราจะได้เวลาในสัปดาห์นี้เพื่อจะนำเรื่องนั้นขึ้นมาและแสดงให้คุณเห็นว่ามันอยู่ได้ระดับอย่างไร แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเพราะคุณได้ทำบางสิ่งบางอย่างผิดทำให้คุณไปตลอดกาล คุณเป็นลูกของพระเจ้า คุณบังเกิดมาจากพระวิญญาณของพระเจ้า พวกคุณเป็นบุตราและบุตรีของพระเจ้า และผลทั้งหลายนั้นจะแสดงตัวของมันเอง นั่นแหล่ะครับ

ตอนนี้พวกเราอยู่ที่นี่นั่งอยู่ในแผ่นดินนี้ ตอนนี้ผมอยากจะอ่านที่นี่ข้อที่ 6 ครับ

และเมื่อซาอูลทูลถามพระเยโฮวาห์ พระเยโฮวาห์ไม่ได้ตอบพระองค์ ไม่ว่าด้วยความฝัน หรือด้วยอูริม หรือด้วยผู้เผยพระวจนะ

ดังนั้น ซาอูลจึงตรัสกับพวกผู้รับใช้ของพระองค์ว่า จงไปแสวงหาหญิงที่เป็นคนทรงให้เรา เพื่อเราจะได้ไปหานาง และถามนางดู (ผมจะวางบางสิ่งบางอย่างลงบนไม้เท้าได้ที่นี่: "จงไปแสวงหาหญิงที่เป็นคนทรง") และพวกผู้รับใช้ของพระองค์กราบทูลพระองค์ว่า ดูเถิด มีหญิงทรงเจ้าคนหนึ่งอยู่ที่บ้านเอนโดร์

และซาอูลได้ปลอมพระองค์ และทรงฉลองพระองค์อย่างอื่น และพระองค์เสด็จออกไป ตัวพระองค์เองไปพร้อมกับชายสองคน และพวกเขาได้ไปหาหญิงคนนั้นในเวลากลางคืน และพวกเขากล่าวว่า เราขอร้องท่าน ขอทำนายให้เราโดยวิญญาณของคนตาย และเราจะออกชื่อผู้ใดแก่ท่าน ก็ขอให้เรียกผู้นั้นขึ้นมาหาเรา

และหญิงคนนั้นจึงทูลพระองค์ว่า ดูเถิด ท่านทราบแล้วว่าซาอูลทรงกระทำอะไร ที่พระองค์ได้กำจัดคนทรงและพ่อมดแม่มดเสียจากแผ่นดิน ดังนั้นทำไมท่านจึงมาวางกับดักชีวิตของข้าพเจ้าเล่า เพื่อทำให้ข้าพเจ้าถูกประหารชีวิต?

และซาอูลได้ปฏิญาณต่อนางในพระนามของพระเยโฮวาห์ว่า พระเยโฮวาห์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด ท่านจะไม่ถูกลงโทษเพราะเรื่องนี้แน่ฉันนั้น....

แล้วหญิงนั้นจึงทูลว่า ท่านจะให้ข้าพเจ้าเรียกใครขึ้นมาหาท่าน? และพระองค์ตรัสว่า จงเรียกซามูเอลขึ้นมาหาเรา

และเมื่อหญิงคนนั้นเห็นซามูเอล นางจึงร้องเสียงดัง และหญิงนั้นกราบทูลซาอูลว่า ไฉนพระองค์จึงทรงล่อลวงข้าพระองค์? ด้วยว่าพระองค์คือซาอูล

และกษัตริย์ตรัสกับนางว่า อย่ากลัวเลย ด้วยว่าท่านได้เห็นอะไรเล่า? และหญิงนั้นกราบทูลซาอูลว่า ข้าพระองค์เห็นเทพเจ้าเสด็จขึ้นมาจากแผ่นดิน”

และพระองค์ตรัสกับนางว่า รูปร่างของเขาเป็นอย่างไร? และนางทูลว่า เป็นชายชราคนหนึ่งขึ้นมา และเขามีเสื้อคลุมกายอยู่ และซาอูล... (นั่นคือเสื้อคลุมของผู้เผยพระวจนะอย่างแน่นอน ดูเถิดครับ) ด้วยรู้ว่าเป็นซามูเอล และพระองค์ได้น้อมตัวลงและซบพระพักตร์ของพระองค์ลงถึงดิน

และซามูเอลพูดกับซาอูลว่า ทำไมท่านจึงรบกวนเราด้วยการเรียกเราขึ้นมาเล่า? และซาอูลได้ตอบว่า เรามีความทุกข์หนัก เพราะคนฟีลิสเตียกำลังมาทำสงครามกับเรา และพระเจ้าทรงพรากไปจากเราเสียแล้ว และไม่ได้ทรงตอบเราอีกเลย ไม่ว่าโดยพวกผู้เผยพระวจนะ หรือโดยความฝัน เพราะฉะนั้นเรา ... จึงเรียกท่านขึ้นมาเพื่อท่านจะได้แจ้งให้เราทราบว่า เราจะทำประการใดดี”

แล้วซามูเอลกล่าวว่า “ในเมื่อพระเยโฮวาห์ทรงพรากไปจากท่านเสียแล้ว และกลายเป็นศัตรูของท่าน เหตุไฉนท่านจึงมาถามข้าพเจ้าเล่า

และพระเยโฮวาห์ได้ทรงกระทำแก่ผู้นั้นอย่างที่พระองค์เคยตรัสบอกโดยทางข้าพเจ้าแล้ว เพราะว่าพระเยโฮวาห์ทรงฉีกราชอาณาจักรนั้นออกเสียจากมือของท่าน และประทานให้แก่ .... คือ ... ดาวิด

ดีล่ะครับ พวกคุณหลายคนคุ้นเคยกับเรื่องนี้ ตอนนี้พวกเราอยากจะเข้าไปข้างใน และขอพระเจ้าทรงช่วยพวกเราเวลานี้ สำหรับสักครู่หนึ่งเพื่อจะเข้าไปในเรื่องนี้ ตอนนี้ให้จับตาดู มีชายคนหนึ่ง ซาอูล ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้เผยพระวจนะเพราะเขาเคยเผยพระวจนะกับบรรดาผู้เผยพระวจนะ ใช่ไหมครับ อาจารย์ทั้งหลาย? ตอนนี้ที่นี่ชายคนนี้หันหลังกลับ นั่นใช่ไหมครับ? แต่จำได้ไหมครับว่า ซามูเอลบอกว่าเขาจะอยู่กับเขาในวันถัดไป ไปก่อนเวลาอันควร ดูเถิดครับ ตกลงครับ ถ้าหากคุณคิดว่าไม่เป็นไรพระเจ้า พระเจ้าจะทรงนำคุณออกไปจากโลก

ให้ดูในจดหมายของโครินธ์ที่นั่น วิธีการที่ อ. เปาโล ได้กำหนดคนเหล่านั้นให้เป็นระเบียบ เขากล่าวว่า “ก่อนอื่นข้าพเจ้าขอขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับพวกท่านเพราะไม่มีสิ่งใดท่ามกลางพวกท่าน” และอื่นๆ “และการที่พวกท่านขาดของประทานฝ่ายวิญญาณ” บอกพวกเขาว่าพวกเขาเป็นผู้ใดในพระคริสต์ จากนั้นเขาก็เริ่มทุบค้อนลงบนพวกเขา บอกพวกเขาเกี่ยวกับพวกนักเทศน์หญิงของพวกเขา และวิธีการที่พวกเขากำลังทำอยู่ และวิธีการที่พวกเขารับประทานที่โต๊ะเสวยของพระเจ้า และแม้แต่ชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงของเขา และเขาได้กล่าวกับชายผู้นี้ในพระคริสต์ว่า “จงมอบคนนั้นไว้ให้ซาตานทำลายเนื้อหนังเสีย เพื่อให้จิตวิญญาณของเขารอด” เห็นไหมครับ นั่นแหล่ะครับ ทำให้เขากลับใจ พระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า “เพราะเหตุนี้หลายคนจึงเจ็บป่วยและอ่อนแอท่ามกลางพวกท่านและหลายคนล่วงหลับไป (ไปก่อนเวลาอันควร)” เพราะความบาป พระเจ้าทรงนำคุณออกไปให้พ้นทาง เป็นหมายสำคัญอันดีที่คุณเป็นคริสเตียน ถ้าหากคุณได้ถูกรับไป

ดังนั้นตอนนี้สังเกตไหมครับ! ในที่นี้ซาอูลได้รับการยกย่องให้เป็นผู้หนึ่งในบรรดาผู้เผยพระวจนะ หรือท่ามกลางผู้เผยพระวจนะทั้งหลาย เพราะเขาได้เผยพระวจนะ และตอนนี้เขาได้หันหลังกลับเพราะเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า และอาณาจักรของเขาก็ถูกขับออกจากมือของเขาและถูกวางไว้ในมือของดาวิดผู้ซึ่งพระเจ้าทรงเจิมตั้งโดยซามูเอลไว้ด้วยน้ำมันในไห

สังเกตไหมครับ จากนั้นมีสามวิธีที่พวกเขามีการค้นพบสิ่งต่างๆ จากพระเจ้า ประการแรกคือผู้เผยพระวจนะ ประการที่สองคือความฝัน และประการที่สามคืออูริมทูมมิม และพวกเขาก็จะไม่ตอบ ตอนนี้คุณรู้ไหมครับว่า ผู้เผยพระวจนะคือผู้ใด คุณรู้ไหมครับว่า ความฝันฝ่ายวิญญาณคืออะไร และคุณรู้ไหมครับว่า อูริมทูมมิมคืออะไร คุณรู้ไหมครับว่า วันก่อนผมถามชายคนหนึ่งเกี่ยวกับอูริม และชายคนนั้นมิอาจจะบอกผมได้ว่ามันคืออะไร - อูริมทูมมิม แน่นอนครับ มันคือการทรงตอบของพระเจ้า

แต่เห็นไหมครับ และวิญญาณชั่วทำตัวปลอมของทุกคนในพวกคนเหล่านั้น ตัวปลอม, ผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ และนักประดับคริสตัล เห็นไหมครับ ทีนี้อูริมทูมมิมแขวนไว้ที่ทรวงอกของอาโรนที่นี่ และอูริมทูมมิมปกคลุมศิลาก้อนนั้น และพวกเขาแขวนมันไว้ในวิหาร และเมื่อพวกเขาไม่แน่ใจ พวกเขาจะไปต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าในคำถาม และแสงสว่างจะส่องแสงบนอูริมทูมมิม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าหรือไม่ ตอนนี้เมื่ออูริมทูมมิมไม่ตอบ .... ตอนนี้นั่นคือ คำตอบโดยตรงจากพระเจ้า

ตอนนี้อูริมทูมมิมของปัจจุบันนี้ หมอดูได้นำลูกบอลคริสตัลมาเพื่อกระทำตามแบบนั้น - เป็นสิ่งที่ผิด ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าอยู่ในตรีเอกานุภาพของพระเจ้า และของวิญญาณชั่วก็อยู่ในตรีเอกานุภาพ และฤทธิ์อำนาจของมันอยู่ในตรีเอกานุภาพ ผมสามารถพิสูจน์มันได้โดยพระคัมภีร์ไบเบิล และอูริมทูมมิมนั้นเป็นเพียงลูกบอลคริสตัลที่วิญญาณชั่วใช้ในปัจจุบันนี้ และผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จกลับมาที่นี่ในปัจจุบันนี้ สิ่งที่พวกเรามีอยู่ในตอนนี้คือแม่มด ... หรือหมอดูออกไปที่โน่นแทนที่ของผู้เผยพระวจนะบนฝ่ายของวิญญาณชั่ว เห็นไหมครับว่าผมหมายถึงอะไร?

ตอนนี้จากนั้นอูริมทูมมิมปัจจุบันนี้คือ พระคัมภีร์ไบเบิลเล่มนี้ ถ้าคนบางคนให้คำเผยพระวจนะหรือความฝันและมันมิได้เปรียบเทียบหรือสะท้อนกับพระคัมภีร์ไบเบิลของพระเจ้า มันเทียมเท็จ จงอย่าเชื่อมัน

ชายคนหนึ่งจากอินเดียได้มาหาผมเมื่อไม่นานมานี้ (สถานที่ซึ่งผมกำลังเตรียมที่จะไป) นักเทศน์ผู้เล็กน้อยที่ดีคนหนึ่ง เขาได้บอกว่า “บราเดอร์บรานฮาม ผมมาที่นี่แล้ว” บอกว่า “ผู้หญิงคนหนึ่งมีพระวิญญาณบริสุทธิ์” และบอกว่า “นางเป็นผู้หญิงที่น่ารักที่สุด ดีที่สุด” เขาบอก.... (และนางได้แต่งงานมาแล้วสี่ครั้ง และกำลังอาศัยอยู่กับสามีคนที่สี่ของนาง)

และผมบอกว่า “ดีล่ะ นั่นจะเป็นไปได้อย่างไร พระเจ้า?”

และบอกว่า.... ผมได้ไปหาเขาและ (เขา) บอกว่า “โอ้ ขอพระสิริจงมีแด่พระเจ้า!” บอกว่า “ฮาเลลูยา สรรเสริญพระเจ้า” (แบบหนึ่งในแบบนั้น คุณรู้ไหมครับ) บอกว่า “ฮาเลลูยา! สรรเสริญพระเจ้า“ บอกว่า “พระเจ้าได้ทรงบอกผมว่า 'ที่นี่เราจะให้ความฝันแก่เจ้า'” และบอกว่า “ผมได้ฝันว่าภรรยาของผม ผมเห็นนางมีชีวิตอยู่ในการล่วงประเวณี และนางกลับมาหาผมและบอกว่า 'โอ้ คุณจะยกโทษให้อภัยแก่ฉันไหม วิคเตอร์? คุณจะยกโทษให้อภัยแก่ฉันไหม?' เพราะฉะนั้นผมได้บอกว่า 'แน่นอน ผมจะยกโทษให้อภัยคุณและนำคุณกลับมา'” เขาบอกว่า “ตอนนี้นั่นคือสิ่งที่ผมได้ทำไป” บอกว่า “เห็นไหมครับ ผมยกโทษให้อภัย”

ผมบอกว่า “วิคเตอร์ ความฝันของคุณช่างน่ารักมาก แต่วิญญาณชั่วให้มันแก่คุณ”

เขาบอกว่า “ทำไม?”

ผมบอกว่า “มันเปรียบเทียบกับพระวจนะของพระเจ้ามิได้ นางอาศัยอยู่ในการล่วงประเวณี แน่นอน นางมิอาจจะอยู่กับผู้ชายสี่คนได้ นั่นถูกต้องครับ นางทิ้งคนนั้นและกลับไปหาคนแรกของนาง นางแย่ยิ่งกว่าในตอนแรก นางต้องใช้ชีวิตโสดตลอดชีวิตที่เหลือของนาง” ผมบอกว่า “คุณรู้เรื่องนั้นไหม นั่นเปรียบเทียบกับพระวจนะของพระเจ้ามิได้ ดังนั้นความฝันของนางจึงเทียมเท็จ” ผมบอกว่า “มันจะเปรียบเทียบกับเรื่องนี้ไม่ได้”

และเมื่อผู้เผยพระวจนะได้ให้คำเผยพระวจนะ และพวกเขาพูดและอยากจะเห็นว่าคำเผยพระวจนะนั้นเป็นจริงหรือไม่  พวกเขาวางมันไว้ต่อหน้าอูริมทูมมิม และถ้าหากพระสุรเสียงของพระเจ้าส่องแสงบนอูริมทูมมิม ดังนั้นมันจึงเป็นความจริงอย่างแน่นอน และถ้าหากชายคนหนึ่งตีความหมาย ให้ความฝัน ให้บางสิ่งบางอย่างของพระคัมภีร์ไบเบิล หรืออย่างอื่น และไม่ได้เปรียบเทียบกับพระคัมภีร์ไบเบิลของพระเจ้า มันผิด วันนี้มีอูริมทูมมิมอยู่ พระวจนะของพระเจ้ากล่าวและนั่นเป็นพระสุรเสียงของพระเจ้าโดยตรง เหมือนอย่างที่อูริมทูมมิมเคยเป็นก่อนที่พระคัมภีร์ไบเบิลได้เขียนไว้ อาเมน! ฮาเลลูยา! ตอนนี้ผมรู้สึกเชิงเคร่งศาสนา อย่านำผมไปที่คนบ้าคลั่ง ถ้าหากคุณทำ.... ผมรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน ผมไม่รู้สึกตื่นเต้น นั่นใช่ครับ

ที่นี่เป็นความจริง: พระวจนะของพระเจ้า! ผมไม่สนใจครับว่า คุณมีความฝันแบบไหน หรือคำเผยพระวจนะแบบไหนที่คุณให้ ถ้าหากไม่ใช่พระวจนะของพระเจ้า มันผิด - ถ้าหากเปรียบเทียบกับพระวจนะนั้นไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่เป็นปัญหาในวันนี้: คนหนึ่งมีความฝัน, คนหนึ่งมีนิมิต, คนหนึ่งมีการพูดภาษาแปลกๆ, คนหนึ่งมีการเปิดเผยสำแดง มันมีสิ่งทั้งปวงที่สับสนมากและทุกสิ่งทุกอย่าง คุณมีพวกนิกายและเลิกราทุกสิ่งทุกอย่าง คุณควรจะนำมันกลับไปสู่รากฐานสุดท้าย นั่นคือพระวจนะของพระเจ้า นั่นเป็นจริง

คริสตจักรทั้งหลายจะสร้างขึ้นมาบนหนึ่งคริสตจักร กล่าวว่า “โอ้ พระเยซูเสด็จมาบนม้าขาว ผมรู้ ผมเห็นพระองค์ในนิมิต” พวกเขาจะสร้างคริสตจักรแบบนั้น “โอ้ ฮาเลลูยา พระองค์จะเสด็จมาบนก้อนเมฆ” พวกเขาสร้างมันในแบบนั้น ทำให้พวกเขาแตกหัก แยกพวกเขาออกจากกัน และเรียกกันและกันว่า "อีแร้งพักแรม" และ "เหาที่เกาะอยู่" และทุกสิ่งทุกอย่างเช่นนั้น เพราะบราเดอร์ มันไปเพื่อจะแสดงให้เห็นตั้งแต่แรกว่าใจของคุณไม่ถูกต้องกับพระเจ้าเมื่อคุณทำเช่นนั้น ใช่ไหมครับ พวกเราเป็นพี่น้องกัน พวกเราต้องติดกันและกัน พวกเราต้องการซึ่งกันและกัน

ตอนนี้ให้มองดู ซาอูลหันหลังกลับ และเขาขึ้นไป พระเจ้าทรงหันพระพักตร์ไปจากเขา และเขาขึ้นไปและเขาถามผู้เผยพระวจนะ ผู้เผยพระวจนะไปและพยายามที่จะเผยพระวจนะ และพระเจ้าทรงตัดออก ไม่ประทานนิมิตให้ ผู้เผยพระวจนะออกมากล่าวว่า “ข้าพเจ้ามิอาจจะ… พระองค์มิเคยได้ตรัสอะไรเกี่ยวกับท่าน”

ดีล่ะครับ จากนั้นเขาทูลว่า “พระเจ้า ขอประทานความฝันแก่ข้าพระองค์เถิด” คืนแล้วคืนเล่า ไม่มีความฝันมาเลย จากนั้นเขาก็เข้าไปในอูริมทูมมิม และเขาทูลว่า “โอ พระเจ้า! ข้าพระองค์ได้พยายามบรรดาผู้เผยพระวจนะ ข้าพระองค์ได้พยายามเรื่องความฝัน เวลานี้ขอทรงช่วยข้าพระองค์เถิด พระองค์จะทรงกระทำมันไหม?” ตัดมันออก ไม่มีแสงส่องวาบเลย

จากนั้นเขาก็หันไปหาแม่มด ลดระดับต่ำลง และเขาได้ไปหานางและคลานเข้าไปที่นั่นและปลอมตัวของเขาเอง และแม่มดคนนี้ก็ออกไปและได้เรียกวิญญาณของซามูเอล

ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ หลายคนบอกว่านั่นไม่ใช่ซามูเอล แต่พระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่ามันเป็นซามูเอล และมันเป็นซามูเอล แปลกไหมครับวิธีที่พระองค์ทรงตั้งสิ่งนั้นไว้ หรือมันไม่แปลก? แต่นั่นเป็นซามูเอล พระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่ามันเป็น

และแม่มดผู้นั้นสามารถเรียกเขาขึ้นมาได้ และนางได้เรียกซามูเอลขึ้นมา และซามูเอลอยู่ที่อื่นบางแห่ง แต่ก็รู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และยังคงยืนอยู่กับเสื้อคลุมของผู้เผยพระวจนะบนตัวของเขา ดังนั้นบราเดอร์เมื่อคุณตายไป คุณจึงยังไม่ตาย คุณกำลังอยู่บางแห่ง ที่อื่นบางแห่ง

ขอให้ผมหยุดเพียงหนึ่งนาทีเพื่อจะนำเรื่องปีศาจวิทยาเรื่องนี้ลงมาสักหน่อย นางเป็นปีศาจ นอกจากนั้นนางอยู่ในการติดต่อกับโลกฝ่ายวิญญาณอย่างใกล้ชิด ทีนี้ปัจจุบันนี้มีนักเวทย์มนต์หลายคนที่รู้เรื่องโลกฝ่ายวิญญาณจริงๆ มากกว่าพวกคนที่ยอมรับตัวของพวกเขาเองว่าเป็นพวกคริสเตียน แต่นางยังเป็นปีศาจ ในยุคสมัยพระคัมภีร์ไบเบิลมันเป็นสิ่งเดียวกัน

เมื่อพระเยซูทรงอยู่ที่นี่บนแผ่นดินโลกนี้ มีพวกอาจารย์และนักวิชาการและครู พวกเขามีบางสิ่งบางอย่างที่ดีที่สุดที่มีอยู่ข้างนอกดีกว่าพวกโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ซึ่งดีกว่าที่พวกเราสามารถผลิตได้ในปัจจุบันนี้ และศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีชื่อเสียง พวกเขาต้องเป็น ถ้าหากพบว่ามีคนเลวี คนนั้นจะต้องถูกพบว่าปราศจากตำหนิ ชอบธรรมในทุกด้าน และคนๆ นั้นยังไม่รู้จักพระเจ้ามากกว่ากระต่ายตัวหนึ่งที่รู้เรื่องรองเท้าหิมะ เมื่อพระเยซูเสด็จมา เขาก็จำพระองค์ไม่ได้ และเขาเรียกพระเยซูว่าวิญญาณชั่ว เขากล่าวว่า “เขาคือเบเอลเซบูลผู้เป็นนายผีนั้น” นั่นใช่ไหมครับ?

และที่นี่เป็นแบบต่ำที่สุดของปีศาจ ด้วยว่ามีชายคนหนึ่งถูกมัดอยู่ที่โน่นในหลุมฝังศพและทุกสิ่งทุกอย่าง และพวกเขาได้เรียกออกมา วิญญาณชั่วตัวของมันเองได้กล่าวว่า “พวกเรารู้ว่าท่านเป็นใคร ท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้าองค์บริสุทธิ์” นั่นใช่ไหมครับ? พวกแม่มดและพวกพ่อมด พวกวิญญาณชั่วยอมรับพระองค์ว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า ในขณะที่พวกมีการศึกษา, พวกนักเทศน์โรงเรียนสอนพระคัมภีร์ ศาสนศาสตร์ยอมรับว่า พระองค์ทรงเป็นเบเอลเซบูล พวกไหนถูกต้อง วิญญาณชั่วหรือนักเทศน์? วิญญาณชั่วถูก และบราเดอร์ ปัจจุบันนี้มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก พวกเขาไม่รู้จักฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า

ไม่ว่าคุณจะได้รับการสอนมามากเท่าไหร่ คุณอาจจะตีกลองให้เข้าไปในคุณได้ พระเจ้ามิได้ทรงสถิตย์อยู่ในถ้อยคำอันยิ่งใหญ่ทั้งหลาย พระเจ้าทรงสถิตย์อยู่ในใจที่สัตย์ซื่อ คุณอาจจะร้องเพลงหรือพูดถ้อยคำใหญ่ๆ เหมือนอย่างผมไม่รู้อะไร  นั่นไม่ได้นำคุณมาใกล้ชิดพระเจ้า คุณสามารถยืนและฝึกฝนวิธีการทำซ้ำคำเทศนาของคุณและพูดสิ่งเหล่านี้ได้ ซึ่งจะไม่ทำให้คุณใกล้ชิดกับพระเจ้ามากขึ้น คุณอาจจะเรียนรู้พจนานุกรมทั้งหลายได้จนกระทั่งคุณได้นอนลงกับเล่มหนึ่ง และมันจะไม่ทำให้คุณใกล้ชิดกับพระเจ้ามากขึ้น

ใจที่ถ่อมและยอมจำนนในความเรียบง่ายคือ สิ่งที่นำคุณมายังพระเจ้า และนั่นเป็นเรื่องจริง อาเมน! พระเจ้าทรงรักใจที่ถ่อม ตอนนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามถ้าหากคุณไม่รู้จักตัวหนังสือ ก ข ค ของคุณ นั่นไม่ได้สร้างความแตกต่างอันใด เพียงแค่ใจที่ถ่อม! พระเจ้าทรงสถิตย์อยู่ในใจที่ถ่อม ไม่ใช่ในการศึกษา ไม่ใช่ในโรงเรียน ไม่ใช่ในศาสนศาสตร์ โรงเรียนสอนพระคัมภีร์ ไม่ใช่ในสถานที่ทั้งหลายที่แตกต่างกันเหล่านี้ทั้งหมด ไม่ใช่ในคำที่ใหญ่ หรือไม่ใช่ในสถานที่ซึ่งมีสไตล์คลาสสิค พระเจ้าทรงสถิตย์อยู่ในใจมนุษย์ และยิ่งคุณลดสามารถลดระดับตัวคุณเองลงได้เท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีความเรียบง่ายมากขึ้นเท่านั้น มากขึ้นในสายพระเนตรของพระเจ้า

ขอให้ผมให้บางสิ่งบางอย่างแก่พวกคุณ ผมเห็นทุ่งนาทั้งหลายของพวกคุณเต็มไปด้วยข้าวสาลีข้างนอกที่นี่ ส่วนหัวของข้าวสาลีที่เต็มไปด้วยเมล็ดจะโน้มลงมาเสมอ กิ่งก้านแก่เล็กๆ ก้านหนึ่งซึ่งติดขึ้นมาที่นั่น และลอยไปมาราวกับว่ามันรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง มันไม่ได้อยู่ในส่วนหัวนั้น นั่นเป็นวิถีทางที่มีพวกคนเหล่านี้จำนวนมากที่คิดว่าพวกเขามีทั้งหมดอยู่ในศีรษะของพวกเขา และไม่มีอะไรอยู่ในใจของพวกเขา ที่ซึ่งศีรษะอันบริสุทธิ์จะก้มลงสู่ฤทธิ์อำนาจ เพื่อจะรับรู้ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าและเชื่อในพระราชกิจทั้งหลายของพระองค์

“และพระองค์ทรงเป็นเหมือนเดิมเมื่อวานนี้,....” โอ้ พวกเขาจำพระองค์ได้แน่นอนในมุมมองทางประวัติศาสตร์ แต่มันไม่ใช่ประวัติ ศาสตร์ คนทั้งหลายลุกขึ้นยืนแล้วบอกว่า “โอ้ ผมเชื่อเพ็นเทคอสต์ เมื่อพวกเขามีการเทลงมาอย่างมากและสิ่งต่างๆ เช่นนั้น” และไฟที่มีสี คนที่เย็นเป็นน้ำแข็งมิอาจจะถูกทำให้อุ่นได้ด้วยไฟที่มีสี ไฟที่มีสีไม่ทำให้อุ่น นั่นคือสิ่งที่พวกเขาเป็น มันคืออะไรปัจจุบันนี้ ถ้าหากพระองค์ทรงเป็นเหมือนเดิมเมื่อวานนี้, วันนี้ และสืบๆ ไปเป็นนิตย์? นั่นคือไฟที่มีสี บางคนถึงกับเย็นเป็นน้ำแข็งจนตาย บอกว่า “มองดูไฟอันใหญ่ที่พวกเขามี” เพราะนั่นไม่ทำให้คุณอุ่นได้      

สิ่งที่พวกเขาได้ทำที่เพ็นเทคอสต์ สิ่งที่พวกเขามีในพันธสัญญาตอนต้น พวกเรามีในวันนี้! และโดยทันทีที่พระเจ้าอาจจะทรงกระทำให้สิ่งนั้นถูกต้องตามที่มันควรจะเป็น คริสตจักรมารวมตัวกันได้การรับขึ้นไปจะมาถึง นอกจากนั้นพวกเรามิอาจจะมีความเชื่อสำหรับการเยียวยารักษาโรคของพระเจ้าได้ ให้การรับขึ้นไปอยู่ตามลำพัง เพราะพวกเราทุกคนบิดเบือนขึ้นมา คนหนึ่งไปทางนี้และอีกคนหนึ่งไปทางนั้น และ “ดร. คนนี้-และคนนั้น บอกว่ามันเป็นอย่างนี้” “ดีล่ะครับ นักเทศน์ของผมบอกว่า พระองค์ทรงเป็นแบบนี้”

เมื่อไม่นานมานี้มีผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า “เขาเป็นเพียงคนหลอก ลวง” บอกว่า “นักบวชของดิฉันบอกดิฉันอย่างนั้น” ผมหวังว่านักบวชของนางจะลงมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง พวกเราจะเห็นว่าใครเป็นคนหลอกลวง พวกเราจะเห็นว่าใครเป็นคนหลอกลวง ให้มาลองดูครับ

ที่นี่เมื่อไม่นานมานี้ ในเมืองฮาร์ลิงเก้น รัฐเท็กซัส พวกเรามีการประชุมอยู่ที่นั่น และพวกเขามีพวกป้ายขนาดใหญ่ทั้งหมดออกไปทั่วรถยนต์ทั้งหลายในคืนนั้นเมื่อผมไปที่นั่น บอกว่าเอฟบีไออยู่ที่นั่นเพื่อจะเปิดเผยว่าผมเป็นคนหลอกลวง ดังนั้นเด็กหญิงเล็กๆ คนหนึ่งได้รับการเยียวยารักษาโรคในรัฐเท็กซัสที่นั่นบางแห่ง เด็กคนนี้ได้เดินทางขึ้นมา ผมคิดว่าประมาณหนึ่งพันไมล์ทางขึ้นไปรอบๆ เมืองแพนแฮนเดิ้ล นี่เป็นทางลงไปในเมืองฮาร์ลิงเก้น ลงไปบนชายแดน บราเดอร์แบ็กซ์เตอร์มาบอกว่า “บราเดอร์บรานฮาม” บอกว่า “ท่านไม่เคยเห็นเรื่องยุ่งเหยิงเช่นนี้ลงมาที่นั่นประมาณสี่หรือห้าพันคน” และบอกว่า “และจากนั้นรอบๆ ทั้งหมด เอฟบีไอจะจับท่านบนเวทีคืนนี้และเปิดโปงท่าน”

ผมบอกว่า “ดีล่ะครับ ผมยินดีกับเรื่องนั้นอย่างแน่นอน”

บอกว่า “ท่านรู้ไหมครับว่า เด็กหญิงเล็กๆ คนนั้นหายโรคแล้วในคืนก่อน?”

ผมกำลังจะกลับบ้านเข้าไปที่ห้องของผม และผมได้ยินบางสิ่งบางอย่างร้องไห้และผมก็มองไปรอบๆ ผมคิดว่าอาจจะเป็นคนบางคนซึ่งถูกโจมตี นั่นเป็นเด็กหญิง และผมมองไปข้างหลัง ผมบอกว่า ... และผมเดินไป ผมบอกว่า "เกิดอะไรขึ้นหรือครับ มาดาม?" และมีเด็กหญิงเล็กๆ สองคนยืนอยู่ที่นั่นอายุประมาณสิบเจ็ดปี อายุสิบแปดปี แขนของพวกเขาโอบกันและกันแต่ละคนร้องไห้

บอกว่า “บราเดอร์บรานฮาม!” (ผมจึงรู้ว่าพวกเขารู้จักผม) บอกว่า “ดิฉันพานางลงมาตลอดทางที่นี่” บอกว่า “นางต้องไปที่สถาบันโรคประสาท” และเด็กหญิงเล็กๆ เคยอยู่ในการประชุมของผมขึ้นไปที่เมืองลุบบ็อค รัฐเท็กซัส และบอกว่า “ดิฉันรู้ว่าถ้าหากดิฉันได้ลงมาหานางที่นี่และท่านจะอธิษฐานเผื่อนาง ดิฉันเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงเยียวยารักษาโรคนาง”

ดีล่ะครับ ผมคิดว่า ช่างเป็นความเชื่อกระไร! และผมบอกว่า “ดีล่ะครับ ซิสเตอร์ ตอนนี้คุณช่วยพานาง....” และจากนั้นผมบอกว่า “พวกคุณลงมาที่นี่ด้วยรถยนต์เปิดประทุนสีเหลือง ใช่ไหมครับ?”

บอกว่า “ใช่ค่ะ”

และผมบอกว่า “คุณแม่ของคุณเจ็บป่วย”

นางบอกว่า “นั่นถูกต้องค่ะ”

และผมบอกว่า “คุณเป็นสมาชิกของคริสตจักรเมธอดิสท์”

นางบอกว่า “นั่นเป็นความจริงอย่างแน่นอนค่ะ”

และผมบอกว่า “บนถนนลงไป พวกคุณเกือบจะพลิกคว่ำ คุณและเด็กหญิงคนนี้หัวเราะเมื่อพวกคุณมาถึงสถานที่ซึ่งมันเป็นคอนกรีตครึ่งหนึ่งและยางมะตอยครึ่งหนึ่ง และพวกคุณกำลังเลี้ยวโค้ง"

นางบอกว่า “บราเดอร์บรานฮาม นั่นคือความจริง”

ผมบอกว่า “และ 'พระเจ้าตรัสดังนี้' เด็กหญิงคนนี้หายโรคแล้วครับ"

วันรุ่งขึ้นนางกำลังจุดไฟเผาเมือง ด้วยการบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ให้แก่ทุกคนไปรอบๆ แน่นอนครับ พวกเขาไม่รู้จักนางที่นั่น ไม่ว่านางจะเคยอยู่ในสภาพนั้นหรือไม่ก็ตาม แล้ววันนั้นบราเดอร์แบ็กซ์เตอร์บอกว่า “บราเดอร์บรานฮาม” บอกว่า “พวกเด็กหญิงพวกเขาลงไปอยู่ที่นั่นกำลังเก็บกระเป๋าเดินทาง” และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เขาไม่รู้ว่าผมรู้แล้ว การเงินของพวกเราได้ลดดิ่งลง ผมไม่เคยปล่อยให้เขาพูดถึงมัน แต่เด็กหญิงคนหนึ่งในพวกเขาได้ใส่เงินจำนวนเก้าร้อยดอลลาร์ในการถวายคืนก่อนนั้น และวางเงินนั้นไว้ด้านบน ตอนนี้เขาไม่ ... เขาไม่รู้เรื่องนั้นจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ แต่ผมรู้เรื่องนี้ ดูเถิดครับ พระเจ้าได้ทรงบอกผมว่ามันจะไม่เป็นไร

บราเดอร์แบ็กซ์เตอร์บอกว่า “บราเดอร์บรานฮาม” บอกว่า “ท่านควรจะอนุญาตให้ผมทำการเยียวยารักษาโรค” บอกว่า “พวกเขามีคนเหล่านี้บางคนที่นี่พวกผู้เยียวยารักษาโรคของพระเจ้าลงมาที่นี่ซึ่งเพิ่งจะทำให้คนทั้งหลายหายเจ็บป่วยได้”

ผมบอกว่า “ไม่มีอะไร ไม่ครับท่าน ท่านจะไม่ทำมัน บราเดอร์แบ็กซ์เตอร์ เมื่อใดก็ตามที่ท่านทำการเยียวยารักษาโรคเพื่อเงินเหมือนอย่างนั้น นั่นคือเวลาที่ท่านและผมแค่จับมือกันและกันในฐานะพี่น้อง ผมจะไปตามลำพัง ดูเถิดครับ" ผมบอกว่า "ท่านอย่าทำอย่างนั้น" ผมบอกว่า “พระเจ้าทรงเป็นเจ้าของฝูงวัวควายบนภูเขาหนึ่งพันลูกและทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของพระองค์ ผมเป็นของพระองค์ พระองค์จะทรงดูแลผม”

เขาบอกว่า “ตกลงครับ”

และในคืนนั้นเองเขาบอกว่า “บราเดอร์บรานฮาม ดูที่นี่เถิด ใครบางคน .... ดูที่นี่! นี่คือซองจดหมายในที่นี่ ไม่มีชื่อบนมัน และมันมีธนบัตรหนึ่งร้อยดอลลาร์เก้าใบ ช่างตรงกับสิ่งที่พวกเราต้องการ”

ผมบอกว่า “บราเดอร์แบ็กซ์เตอร์”

เขาบอกว่า “ให้อภัยผมเถิดครับ”

ดังนั้นผมจึงรู้ว่านั่นเป็นเด็กหญิงคนนั้น ดังนั้นในวันถัดไปบราเดอร์แบ็กซ์เตอร์จึงบอกว่า “บราเดอร์บรานฮาม พวกเขาลงไปที่นั่นกำลังเก็บเสื้อผ้าของพวกเขา ร้องไห้”

ผมบอกว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือครับ?”

บอกว่า “ท่านควรจะลงไปดูพวกเขาดีกว่า”

ผมลงไปยังห้องที่พวกเขาอยู่ ห้องที่พวกเขาอยู่ข้างใน ผมลงไปที่นั่นและเคาะประตู ผมได้ยินพวกเขากำลังร้องไห้อยู่ ผมเคาะประตูและเด็กหญิงมาที่ประตู นางบอกว่า “โอ้ บราเดอร์บรานฮาม ดิฉันเสียใจมากค่ะ” นางบอกว่า “ดิฉันได้ทำให้พวกท่านทุกคนเดือดร้อนเรื่องนี้”

ผมบอกว่า “ปัญหา? ซิสเตอร์ เกิดอะไรขึ้น?”

นางบอกว่า “โอ้ ดิฉันมีเอฟบีไอติดตามท่าน”

และผมบอกว่า “โอ้ นั่นใช่ไหมครับ?”

บอกว่า “ใช่ค่ะ ดิฉันเดาว่าดิฉันได้เป็นพยานไปรอบๆ เมืองมากเกินไปในวันนี้และทุกสิ่งทุกอย่าง”

ผมบอกว่า “ไม่ครับ"

และนางบอกว่า “บราเดอร์บรานฮาม เอฟบีไออยู่ที่นั่นตรงนั้น กำลังจะเปิดโปงท่านคืนนี้”

ผมบอกว่า “ดีล่ะครับ ถ้าหากผมกำลังทำอะไรผิด ผมต้องถูกเปิดโปง” เห็นไหมครับ? ผมบอกว่า “แน่นอนครับ ถ้าหากการเทศนาข่าวประเสริฐต้องได้รับการเปิดโปง ดีล่ะครับ ให้ทำสิ่งนั้น ดูเถิดครับ” ผมบอกว่า "ผมมีชีวิตอยู่โดยพระคัมภีร์ไบเบิลนี้ และสิ่งที่พระคัมภีร์ไบเบิลนี้มิได้กล่าว ... นี่คือการป้องกันของผมที่นี่ ดูเถิดครับ" และผมบอก และ ....

นางบอกว่า “ดีล่ะค่ะ” บอกว่า “ดิฉันเพียงเสียใจที่ดิฉันทำสิ่งที่ดิฉันได้ทำไป”

ผมบอกว่า “คุณไม่เคยทำอะไรเลย ซิสเตอร์”

นางบอกว่า “ดีล่ะค่ะ ท่านกลัวที่จะไปที่นั่นไหมคะ?”

และผมบอกว่า “ไม่ครับ”

นางบอกว่า “เอฟบีไออยู่ที่นั่นค่ะ”

ผมบอกว่า “ดีล่ะครับ ผมมีพวกเขามาในการประชุมของผมมาก่อนและพวกเขาได้รับความรอด” ผมบอกว่า “นายอัล เฟอร์ราร์”

กัปตันอัล เฟอร์ราร์ คนหลายคนรู้เรื่องการเปลี่ยนใจมาเชื่อพระเจ้าของเขาที่นั่นในเมืองทาโคมา รัฐวอชิงตัน ซึ่งถูกบันทึกไว้ในแกลเลอรี่การยิงปืน เข้ามาในที่ประชุมเขากล่าวว่า “ผมได้ติดตามชายคนนี้มาสองปีแล้ว และผมได้ยินเกี่ยวกับการเงินทั้งหลายและผมได้จับตาดูมันและได้ไปทุกแห่ง" และกล่าวว่า "มันเป็นความจริง พวกคุณไม่ได้ฟังคนบ้าคลั่งคืนนี้ พวกคุณกำลังฟังความจริง”

กล่าวว่า “ชายคนหนึ่งของพวกเขาในกองกำลังตำรวจ ซึ่งผมมีแพทย์ท่านหนึ่งดูแลลูกของเขาและได้ส่งเขาผ่านมายังแถวอธิษฐาน” และกล่าวว่า “เด็กคนนั้นได้รับการบอกกล่าวว่าสิ่งใดที่ผิดปกติเกี่ยวกับเขาอย่างแน่นอน และกล่าวว่า 'ในแปดวันเขาจะกลับไปโรงเรียนได้'” - กรณีโรคโปลิโอ และกล่าวว่า “ในวันที่แปด เด็กกลับไปโรงเรียนได้” กล่าวว่า “ผมได้ติดตามเขามาสองปีแล้ว” ต่อหน้าผู้คนหนึ่งหมื่นคน ที่นั่นมันเป็นทั้งหมด .... มีรูปภาพของการประชุมในเมืองซีแอตเติ้ล ในหนังสือของพวกคุณ เขากล่าวว่า “ผมอยากจะให้พวกคุณทุกคนรู้ว่า พวกคุณไม่ได้กำลังฟังนักต้มตุ๋นทางศาสนาอยู่ พวกคุณกำลังฟังความจริงอยู่” กัปตันอัล เฟอร์ราร์

และในวันต่อมาผมได้นำเขามายังพระเจ้า และเขาได้รับบัพติศมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในแกลเลอรี่การยิงปืนลงไปในสถานที่ใหญ่โตข้างนอกที่นั่น

ผมบอกว่า “บางทีผู้ชายคนนี้อาจจะทำแบบเดียวกัน”

ดังนั้นนางบอกว่า “ท่านกลัวที่จะไปที่นั่นไหมคะ?”

ผมบอกว่า "กลัวหรือครับ? ทำไม ไม่แน่นอน! ไม่แน่นอนครับ ทำไมผมต้องกลัวเมื่อพระเจ้าทรงใช้ให้ผมทำเรื่องนั้น? พระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่จะทรงต่อสู้ศึกสงคราม ไม่ใช่ผม” ดังนั้นผมจึงบอกว่า “ตอนนี้ผมอยากจะให้พวกคุณทุกคนอยู่ห่างๆ”

และดังนั้นพวกเราจึงไปยังการประชุมคืนนั้น สถานที่แห่งนั้นมีผู้คนเต็มไปหมด และผู้ดูแลที่นั่นออกมาบอกว่า “ศาสนาจารย์บรานฮาม ผมได้จ้างพวกเด็กชาวเม็กซิกันสิบคน” บอกว่า “ให้ดูที่นี่ครับ ศาสนาจารย์บรานฮามจะถูกเปิดโปงคืนนี้โดยเอฟบีไอ นักการศาสนาผู้บ้าคลั่ง” หรืออะไรทำนองนั้น และบอกว่า “เขาอยู่บนรถยนต์ของพวกเขาทุกคน” บอกว่า “ผมได้จ้างพวกเด็กชาวเม็กซิกันสิบคน ไปดึงพวกเขาทุกคนออกมาและนำมาพวกเขามาที่นี่” บอกว่า “โอ้ ผมรู้สึกเหมือนว่าถ้าหากผมจะสามารถจับชายคนนั้นได้!”

ผมบอกว่า “จงอย่ากังวล พระเจ้าจะทรงจับเขา ดูเถิดครับ" ผมบอกว่า "ให้เขาอยู่ตามลำพัง"

ดังนั้นผมมาถึงที่นี่ และในคืนนั้นเมื่อพวกเราเข้ามาข้างใน (ผมไม่เคยลืมเรื่องนี้ครับ) เดินเข้าไปในห้อง บราเดอร์แบ็กซ์เตอร์ร้องเพลง “จงเชื่อเท่านั้น” เขาบอกว่า “ตอนนี้บราเดอร์บรานฮามกล่าวว่าคืนนี้พวกเราจะออกจากอาคารแห่งนี้” บอกว่า “ผมจะกลับไปในข้างหลังสุดและนั่งลง” เขาบอกว่า “พวกเขากำลังเตรียมเพื่อจะเปิดโปงเขาคืนนี้ที่นี่บนเวทีนี้” และเขาบอกว่า “ผมเคยเห็นเขาในการต่อสู้ที่ยากลำบากมากมายและเห็นพระเจ้าทรงเข้ามาแทนที่เขา” บอกว่า “ผมเพิ่งจะกลับไปเพื่อจะนั่งลง”

ผมเดินขึ้นไป ผมบอกว่า “ผมเพิ่งอ่านบทความเล็กๆ ที่นี่ว่าสถานที่ซึ่งผมจะถูกเปิดโปงคืนนี้ที่เวทีที่นี่” ผมบอกว่า  “ผมต้องการพวกตัวแทนเอฟบีไอตอนนี้ที่จะออกมาข้างหน้าและเปิดโปงผมขึ้นมาบนเวทีนี้” ผมบอกว่า “ผมกำลังยืนอยู่ที่นี่ในการปกป้องข่าวประเสริฐ ผมอยากจะให้พวกคุณมาและเปิดโปงผม” ผมก็รอ ผมบอกว่า “บางทีพวกเขาอาจจะยังไม่ได้อยู่ที่นี่” ผมรู้ครับว่าผมอยู่ที่ไหน พระองค์ได้ทรงสำแดงให้ผมเห็นแล้วในห้องของผมขึ้นไปที่โน่น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนที่ผมจะจากไป พวกคุณเห็นไหมครับ และผมบอกว่า ... ผมบอกว่า “บางทีผมอาจจะรอสักครู่หนึ่ง ให้พวกเราร้องเพลงฮิมได้ไหมครับ?” และมีคนบางคนขึ้นมาร้องเพลงเดี่ยว

ผมบอกว่า “เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ท่านอยู่ข้างในหรือข้างนอก? ผมกำลังรออยู่ที่จะถูกเปิดโปง ท่านจะมาข้างหน้าไหมครับ?” ไม่มีใครมา ผมยังคงแปลกใจต่อไปว่าเขาอยู่ที่ไหน พระเจ้าทรงบอกผมว่ามันคืออะไร มันเป็นพวกนักเทศน์ที่หันหลังกลับสองคน และผมกำลังจับตาดูอยู่ ผมเห็นเงาดำลอยอยู่ในหัวมุม ผมรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ผมมองไปที่นั่น และมันขยับขึ้นไป และได้ขึ้นไปเข้าไปในแกลเลอรี่เหมือนอย่างนี้ ชายคนหนึ่งสวมสูทสีน้ำเงินและอีกคนหนึ่งสวมสูทสีเทา

ผมบอกว่า “เพื่อนๆ ไม่มีเอฟบีไอ เอฟบีไอเกี่ยวข้องอะไรกับการเทศนาในพระคัมภีร์ไบเบิลหรือครับ?” ผมบอกว่า “ไม่อย่างแน่นอนครับ มันไม่ใช่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอสองคนที่เปิดโปงผม แต่ที่นี่คือนักเปิดโปง: พวกเขานั่งตรงขึ้นมาที่นั่น พวกเขานักเทศน์สองคนตรงที่นั่น” และพวกเขาก็ลงไป ผมบอกว่า “อย่าลงไปอย่างนั้น!” และมีคนสองคนของพวกเขาชาวเท็กซัสร่างใหญ่สองคนกำลังจะขึ้นไปที่นั่นและจับพวกเขาไว้ ผมบอกว่า “ไม่ครับ พี่น้อง นี่ไม่ใช่เรื่องเนื้อหนังและเลือด ให้นั่งเฉยๆ พระเจ้าจะทรงดูแลเรื่องนั้น”

ผมบอกว่า “เวลานี้ พี่น้อง จงดูเถิดในขณะที่พวกคุณขึ้นมาอยู่ที่นั่น มองดูทางนี้” ผมบอกว่า “พวกคุณบอกว่า ผมเป็นสิโมนจอมเวทย์มนตร์ ภายใต้เวทย์มนตร์ ผมกำลังร่ายมนตร์สะกดคนทั้งหลายอยู่” ผมเป็นสิโมนจอมเวทย์มนตร์ ดังนั้นพวกคุณเป็นคนของพระเจ้า ตอนนี้พวกคุณลงมาบนเวทีนี้ ถ้าหากผมเป็นสิโมนจอมเวทย์มนตร์ ขอพระเจ้าทรงตีผมให้ตาย และถ้าหากผมเป็นผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า พวกคุณลงมาและขอให้พระเจ้าทรงประหารพวกคุณให้ตาย ตอนนี้พวกเราจะเห็นว่า ใครถูกและใครผิด ตอนนี้พวกคุณลงมา พวกเราจะร้องเพลงฮิม”

พวกเขาได้ออกจากอาคารแห่งนั้นไป และพวกเราไม่เคยเห็นพวกเขาตั้งแต่นั้นมา ดูเถิดครับ ผมบอกว่า “จงมาเถิด  ถ้าหากผมเป็นสิโมนจอมคาถา ขอให้พระเจ้าทรงตีผมให้ตาย และถ้าหากผมเป็นผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า ขอให้พระเจ้าทรงตีพวกคุณให้ตายตอนที่พวกคุณมาที่เวทีนี้ ถ้าหากผมเป็นความจริงต่อพระพักตร์พระเจ้า พระเจ้าจะทรงให้คุณตายบนเวทีนี้ได้ " พวกเขารู้ดีกว่า นั่นถูกต้องครับ พวกเขารู้ดีกว่า พวกเขาเคยได้ยินจากสถานที่อื่นๆ นั่นถูกต้องครับ ดังนั้นจงอย่าได้คิดเลย แต่กระนั้นพระเจ้ายังคงทรงเป็นพระเจ้าอยู่ พระองค์ทรงตอบ

ตอนนี้แม่มดแห่งเอนโดร์ นางได้เรียกวิญญาณของซามูเอลขึ้นมา และซาอูลคุยกับซามูเอล ตอนนี้คุณอาจจะแปลกใจว่า เรื่องนั้นสามารถทำได้อย่างไร มันมิอาจจะทำได้ในวันนี้ (ไม่ครับท่าน) เพราะเลือดวัวและแพะเพียงกำลังรอเวลาที่จะบรรลุเป้าหมายเท่านั้น เมื่อชายคนหนึ่งเสียชีวิตในยุคสมัยนั้น .... พวกนักเทศน์กรุณาช่วยสนับสนุนผมขึ้นมาด้วย ถ้าหากพวกคุณคิดว่ามันถูกต้อง เมื่อคนๆ หนึ่งเสียชีวิต เขาได้เสียชีวิตภายใต้การลบมลทินของสัตว์ และจิตวิญญาณของเขาได้ไปสู่แดนสุขาวดี และเขาอยู่ที่นั่นจนกระทั่ง ... ถึงวันแห่งการไถ่ และจิตวิญญาณของเขาอยู่ในนั้น

ขอให้ผมวาดภาพเล็กๆ ภาพหนึ่งของคุณที่นี่ มีกี่คนที่อ่านบทความของผม ... หรือบทความที่พวกเขาเขียนเกี่ยวกับผมในรีดเดอร์ส ไดเจสท์ ที่นี่ประมาณในเดือนตุลาคม ... ฉบับเดือนพฤศจิกายนบ้างครับ? ไม่เป็นไรครับ คุณสังเกตเห็นไหมครับว่ามันเป็นอย่างไร? คุณสังเกตเห็นประมาณสองหรือสามสัปดาห์ก่อนหน้านี้ไหมครับ ร่างทรงที่มีชื่อเสียงมากที่นี่ซึ่งได้พยายามมาเป็นเวลานานแล้ว มิส เป็ปเปอร์ ทุกท่านเคยอ่านเรื่องนั้น บทความของ มิส เป็ปเปอร์ ในรีดเดอร์ส ไดเจสท์ บ้างไหมครับ? มันไม่แปลกเลยหรือวิธีการที่วิญญาณสองวิญญาณพวกมัน....

ผมมีเวลาเท่าไหร่ครับ? ไม่มีแต่เพียงเล็กน้อย หลังจากยี่สิบนาที ดังนั้นผมต้องรีบเร่ง ผมรู้ว่าคุณมี.... ดูครับ ขออภัยครับ สักหนึ่งนาที

คุณรู้ไหมครับว่า มีของปลอม.... มีของจริงและของปลอมของทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าหากผมให้เงินคุณหนึ่งดอลลาร์ และผมบอกว่า “นี่คือเงินดอลลาร์จริงใช่ไหม?” และคุณมองดูที่มัน มันจะต้องมีลักษณะเหมือนดอลลาร์จริงๆ หรือไม่เช่นนั้นคุณจะไม่เชื่อ นั่นใช่ไหมครับ?  ดังนั้นมันจะต้องเป็นการเลียนแบบอย่างดีจริงๆ

และถ้าหากพระเยซูตรัสว่า วิญญาณทั้งสองในวันสุดท้ายจะใกล้เคียงกันมากจนกระทั่งมันจะหลอกลวงแม้ผู้ที่ได้รับการทรงเลือกสรรถ้าหากเป็นได้ – พวกคนเคร่งศาสนา ตอนนี้จำได้ไหมครับ เวลานี้ไม่มีอะไรที่ข้างนอกนั่นในพวกเขาพิธีการภายนอกที่เย็นชาเก่าแก่ พวกเขามีเพียงรูปแบบของความเคร่งศาสนา คุณเห็นไหมครับ แต่วิญญาณทั้งสองเหล่านี้เป็นวิญญาณจริงๆ ที่มันจะใกล้เคียงกันมากจนกระทั่งมันจะหลอกลวงแม้ผู้ที่ได้รับการทรงเลือกสรร วิธีการที่พวกมันจะทำการงานเคียงข้างกันในวาระสุดท้าย พระเยซูมิได้ตรัสเรื่องนั้นหรือครับ? พระองค์ได้ตรัสแล้ว

ตอนนี้ให้จับตาดูครับ เพื่อนๆ พวกเราจะวาดรูปภาพเล็กๆ รูปหนึ่งให้กับคุณ ผมอยากจะให้พวกคุณมองดูที่นี่สักหนึ่งนาที และให้ความสนใจที่ไม่มีการแบ่งแยกของพวกคุณ เพราะผมจะให้คำอุปมาอุปไมยแก่พวกคุณแล้วพวกคุณจะเห็นมัน

ตอนนี้ในรีดเดอร์ส ไดเจสท์ มันเขียนไว้ที่นั่น ผมยืนอยู่ที่ข้างนอกนั่น พวกเรามีคนสองพันเจ็ดร้อยคนที่กำลังรอที่จะได้รับการอธิษฐานเผื่อยืนอยู่ที่ข้างนอกนั่น พวกคุณอ่านบทความ และมีชายคนหนึ่งลงมาจากแคนาดา และเขามีลูกชายเล็กๆ ที่เคยเป็นผู้ป่วยของเมโยและจอห์น ฮอปกิ้นส์ซึ่งเป็นโรคทางสมองอย่างรุนแรงซึ่งดึงมือเล็กๆ ของเขาเข้าไปข้างในเหมือนอย่างนี้ และดึงขาของเขาขึ้นมาอยู่ใต้มัน และพวกเขาบอกว่า “ไม่มีแม้แต่การผ่าตัดหรือไม่มีอะไรสามารถทำได้”

ดังนั้นเขาจึงพาเด็กคนนั้นกลับไปแคนาดา เขาบอกว่า "ผมยังไม่ได้ถูกเฆี่ยน" คุณมีรีดเดอร์ส ไดเจสท์ ฉบับเดือนพฤศจิกายนไหมครับ และมันเรียกว่า "ปาฏิหาริย์ของดอนนี่ มอร์ตัน" แล้วมันกล่าวถึงในที่นั่นชายคนนั้นบอกว่า ”ผมยังไม่ได้ถูกเฆี่ยน เพราะผมรู้ว่าผู้เยียวยารักษาโรคโดยความเชื่อชื่อ วิลเลี่ยม บรานฮาม ซึ่งทำให้เพื่อนของผมสองคนที่หูหนวกและเป็นใบ้สามารถพูดและได้ยินได้”

และพวกเขายังได้โทรศัพท์ไปเพื่อจะค้นหาสถานที่ซึ่งผมอยู่ในอเมริกา และผมอยู่ที่เมืองคอสตา เมซา รัฐแคลิฟอร์เนีย และถ้าหาก .... บทความนี้ เมื่อคุณอ่าน ให้เตรียมพร้อมที่จะร้องไห้ มันจะทำให้หัวใจคุณแตกสลาย วิธีที่เขาได้เดินผ่านหิมะและทุกสิ่งทุกอย่างอื่นๆ กับลูกทารกคนนั้น เขาบอกว่า “จงระมัดระวัง ดอนนี่” บอกว่า “ตอนนี้พวกเรายังไม่พ่ายแพ้” บอกว่า “ตอนนี้พวกเราจะไม่พ่ายแพ้” และเด็กชายเล็กๆ ก็มิอาจจะแม้แต่จะยิ้มได้ เขาทุกข์ทรมานมาก บอกว่า  “พวกเราไม่พ่ายแพ้ พวกเราจะไปทูลถามพระเจ้า พวกเราจะไปยังผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าและถามเขา”

ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเดินทางผ่านหิมะมาตลอด และในที่สุดพวกเขาได้ลงไปที่นั่น และคุณแม่มากับพวกเขา และพวกเขาไม่มีเงินเพียงพอที่จะเดินทางโดยเครื่องบินได้ ดังนั้นพวกเขาจึงส่งคุณแม่กลับไป และเด็กชายกับคุณพ่อต้องมาโดยรถเมล์ และวิธีการที่พวกเขาขับขี่มาจากเมืองวินนิเพก แคนาดา ไปยังเมืองคอสตา เมซา รัฐแคลิฟอร์เนีย และพวกเขาเข้าไปที่นั่น ยากจน และคุณพ่อบอกเกี่ยวกับว่าต้องเปลี่ยนพวกผ้าอ้อมให้เด็กชายเล็กๆ คนนี้ซึ่งอายุประมาณเจ็ดหรือแปดขวบ ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือได้เลย และวิธีที่เขาไม่มีโอกาสที่จะกินหรือไม่มีอะไร และบอกว่าลูกชายเล็กๆ ของเขาเพียงแค่ฟังเขาพูด และเขาสามารถบอกวิธีการได้จากดวงตาของเขาที่มองดูเขา ... เขาพยายามจะยิ้ม คุณรู้ไหมครับ และรู้ว่าเขาจะบอกเขาเกี่ยวกับสถานที่ทั้งหลายที่แตกต่างกันที่เขาจะได้เห็นในอเมริกา

และเมื่อพวกเขาไปถึงที่นั่นในรัฐแคลิฟอร์เนีย พวกเขาพูดกับผู้ช่วยเหลือของนักเดินทางถึงสิ่งที่เขามาเพื่อจะเห็น เขาบอกว่า “มาเพื่อจะเห็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์?” และเครื่องหมายคำถามใหญ่

แน่นอนครับ คุณสามารถจินตนาการถึงสิ่งที่อเมริกาพูดถึงเกี่ยวกับมัน คุณเห็นไหมครับ ดูเถิดครับ นั่นคือพวกเรา เห็นไหมครับ พวกเราฉลาดมาก! พวกเรารู้ทุกสิ่งทุกอย่าง คุณรู้ไหมครับ และไม่จำเป็นต้องบอกอะไรเลย พวกเรามีมันทั้งหมดที่เขียนลงไปแล้ว คุณเห็นไหมครับ

ดังนั้นแล้ว “สิ่งศักดิ์สิทธิ์? มาตลอดทางจากเมืองวินนิเพก แคนาดา?” เพราะพวกเขาคิดว่านั่นน่ากลัว

อย่างไรก็ตามหนังสือพิมพ์ได้ติดต่อรถคันหนึ่งและได้ส่งเขาไปที่นั่น และเขาบอกว่า เมื่อพวกเขามาถึงยังแถวนั้นสถานที่ซึ่งเขาอยู่ บอกว่า มีคนสองพันเจ็ดร้อยคนกำลังรอการอธิษฐานอยู่ นอกจากนั้นบอกว่า เมื่อพวกเขาเห็นรูปร่างผิดปกติของเด็กชายเล็กๆ และคุณพ่อที่น่าสงสารซึ่งสวมหมวกเสื้อขาดๆ ของเขา บอกว่าทุกคนเพียงแค่ก้าวถอยไปข้างๆ และให้ที่ของเขากับเขา เมื่อเขาชนเวที ....

มันผิดกฎที่จะหยุดบัตรอธิษฐาน คนบางคนต้องมายังที่ประชุมและรับบัตรของคุณเอง ถ้าหากคุณติดอยู่ในแถว เปลี่ยนบัตรอธิษฐานให้คนอื่น บัตรอธิษฐานนั้นก็น่าละอาย ดูเถิดครับ เพราะคุณต้องมาฟังคำแนะนำต่างๆ และรู้วิธีรับมัน มันขึ้นอยู่กับคุณ คุณมิอาจจะนำไปให้คนอื่นได้ คุณต้องมารับมันด้วยตัวของคุณเอง ดังนั้นคุณได้ยินคนใหญ่โตบางคนบอกว่า “ดีล่ะ ผมไม่เชื่อเรื่องนี้มากนัก แต่บางทีถ้าหากเขาจะเยียวยารักษาโรคผมได้ ผม....” คุณเห็นไหมครับ และจากนั้นนั่นทำให้เกิดอาการงอแงบนเวที ดังนั้นพวกเขาจึงเฟ้นหาผู้นั้นออกมาก่อนที่เขาจะไปถึงที่นั่น

ดังนั้นเมื่อเด็กชายเริ่ม... หรือคุณพ่อเริ่มบนเวทีต่อหน้าคนทั้งหลาย บิลลี่ขอบัตรอธิษฐานจากเขา เขาไม่มีเลย บอกว่า “ถ้าหากอย่างนั้นผมขออภัยด้วยครับท่าน” บอกว่า “คุณจะต้องรอ”

เขาบอกว่า “ตกลงครับ” บอกว่า “ผมจะรอ” บอกว่า “แล้วผมจะรอรอบของผมเหมือนคนอื่นๆ” บอกว่า “ผมไม่รู้ว่าผมต้องทำสิ่งนี้”

และดังนั้นผมกำลังคุยอยู่กับคนบางคนผมจึงได้ยินเขา ผมเห็นคุณพ่อคนนั้นหายไป และผมบอกว่า “เกิดอะไรขึ้น?”

เขาบอกว่า “เขาไม่มีบัตรอธิษฐาน”

และบางสิ่งบางอย่างบอกกับผมว่า “จงนำเขากลับมา”

ดังนั้นผมจึงบอกว่า “ให้นำเขามาที่นี่” และคุณพ่อจึงขึ้นมา และน้ำตาไหลพรากลงบนใบหน้าของเขาจึงจำเป็นต้องโกนหนวด และเขาได้เดินขึ้นไป และที่นี่คือ รีดเดอร์ส ไดเจสท์ กล่าวว่า: ผมไม่ได้ถามคำถามใดๆ แต่มองตรงไปในใบหน้าของเด็กทารก บอกกับเด็กทารกว่า เขามาจากที่ไหน เขาเคยอยู่ที่คลินิกเมโย และทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้กับเขา เขาเจ็บป่วยมาอย่างไร และทุกสิ่งทุกอย่าง

และดังนั้นคุณพ่อจึงเริ่มร้องไห้และเริ่มจะจากไป และบอกว่าเขาเริ่มลงไปจากเวที และเขาก็หันหลังกลับมา เขาบอกว่า “นั่นใช่ครับ” เขาบอกว่า “แต่ลูกของผมจะมีชีวิตอยู่ไหมครับ?”

ผมบอกว่า “เรื่องนั้นผมบอกไม่ได้” ผมบอกว่า “เดี๋ยวก่อนครับ” ผมเห็นนิมิตหนึ่งปรากฏขึ้นมา ผมบอกว่า “คุณจะไม่อยากจะเชื่อสิ่งนี้เพราะเมโยและฮอปกินส์ทั้งคู่บอกว่าการผ่าตัดไม่สามารถทำได้บนสมองนั้น แต่ผมบอกคุณถึงสิ่งที่คุณจะทำ คุณ พรุ่งนี้คุณเดินทางไปต่อกับเด็กทารกคนนี้ได้ ภายในสามวันถัดไปคุณจะพบกับผู้หญิงผมสีดำบนถนนและผู้หญิงคนนั้นจะถามคุณว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กทารกคนนั้น และจากนั้นนางจะบอกคุณเกี่ยวกับแพทย์ชนบทผู้เล็กน้อยบางท่านที่นี่ที่สามารถทำการผ่าตัดได้ และคุณจะไม่อยากเชื่อเลย เพราะเมโยได้ปฏิเสธและบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้ แต่นั่นเป็นโอกาสเดียวเท่านั้นที่ลูกของคุณมีโดยผ่านฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า พระเมตตาของพระเจ้าและการผ่าตัดนั้น ตอนนี้ถ้าหากคุณเชื่อว่าผมเป็นผู้เผยพระวจนะของพระองค์ จงไปทำตามที่ผมบอกคุณเถิดครับ” เหมือนกับการกินมะเดื่อของเฮเซคียาห์ และอื่นๆ

เขาบอกว่า ... เขาหันไปรอบๆ และบอกว่า “ขอบคุณครับ” เดินออกไป

สองวันหรือมากกว่านั้นผ่านไป และเขาลงไปที่ถนนวันหนึ่ง และผู้หญิงคนหนึ่งเดินขึ้นมาบอกว่า “เกิดอะไรขึ้นกับลูกของคุณ?”

บอกว่า “เขาเป็นโรคทางสมอง” และเขาดำเนินต่อไปพูดเช่นนั้น และ ดีล่ะครับ พวกเขาคิดว่ามันแย่มาก คุณรู้ไหมครับ

ดังนั้นเขาจึงพูดเพียงสองสามนาทีบางสิ่งบางอย่างได้เกิดขึ้น นางบอกว่า “คุณคะ ดิฉันรู้จักคนบางคนที่สามารถทำการผ่าตัดนั้นได้”

เขาบอกว่า “คุณสุภาพสตรี มองดูพวกพี่น้องชายที่เมโยยอมแพ้มันและบอกว่ามันไม่สามารถทำได้” บอกว่า “ชายคนหนึ่งที่นี่กำลังอธิษฐานเผื่อเขา ชื่อ บราเดอร์บรานฮาม” บอกว่า “เขาได้ทำการอธิษฐานเผื่อเด็กทารกคนนี้” เขาบอกว่า “เดี๋ยวก่อน! ผมสีดำ สวมเสื้อคลุมสีเทา” และบอกว่า “นั่นคือนาง” บอกว่า “คุณหมอคนนั้นอยู่ที่ไหน?” และเขาก็บอกให้นางพาเขาขึ้นไปที่นั่นและคุณหมอได้ทำการผ่าตัด เด็กทารกก็หายเป็นปกติดี

ตอนนี้ผ่านมาถึงรีดเดอร์ส ไดเจสท์ คุณเห็นไหมครับ และพวกพี่น้องชายที่เมโยได้โทรเข้ามาหาผมเพื่อทำการสัมภาษณ์เรื่องนั้น บอกว่า “ศาสนาจารย์บรานฮาม ท่านได้ทำอะไรกับเด็กทารกคนนั้นหรือครับ?”

ผมบอกว่า “ไม่มีอะไร ผมไม่เคยแตะต้องเขาเลย ผมเพียงแค่บอกสิ่งที่พระเจ้าทรงบอกผมให้พูดกับเขาเท่านั้น ชายคนนั้นก็เชื่อฟัง”

ตอนนี้เรื่องตลกเกี่ยวกับมัน ประมาณสองสัปดาห์หลังจากนั้น ... หรือสองหรือสามสัปดาห์ก่อนหน้านั้นในรีดเดอร์ส ไดเจสท์–อาจจะหนึ่งเดือนก่อนหน้า-บทความของ มิส เป็ปเปอร์ ที่ผ่านมา ตอนนี้นางเป็นแม่มดแท้ๆ หรือร่างทรง ตอนนี้มีของจริงและมีคนบางคนปลอมตัว พวกเขามีผู้หญิงคนนั้นมาตั้งแต่ปี 1897 นางอายุกว่าหนึ่งร้อยปีแล้วตอนนี้ ในกรุงนิวยอร์ก หูทั้งคู่หนวกเหมือนเป็นเสา รีดเดอร์’ส ไดเจสท์ .... ผมคิดว่ามันผ่านมาตลอดประมาณสองเดือนหรือหนึ่งเดือนก่อนหน้าผม คุณสามารถค้นมันได้ ช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง

คุณแบ็กซ์เตอร์ได้มาที่นี่เมื่อวันก่อน ถ้าหากผมคิดถึงมัน ผมได้พบเขา ... ผมรู้ว่าผมกำลังจะพูดเรื่องนี้ ผมจะได้ไปกับมัน และผมอาจจะรับมันมาเพื่อคุณได้ และมันให้ประมาณสิบสองหรือสิบสี่หน้า นางเป็นเพียงแค่แม่บ้านธรรมดาคนหนึ่ง และวันหนึ่งนางตกอยู่ในภวังค์ในขณะที่ทุกข์ทรมาน และนางเริ่มจะพูดกับคนตาย และพวกเขามีผู้หญิงคนนั้นอยู่ทั่วโลกทุกหนแห่ง พวกเขาได้พานางไปอังกฤษ แม้แต่เปลี่ยนเสื้อผ้าของนางหลายต่อหลายครั้ง และดูว่าถ้าหากมีอะไรผิดพลาดหรือไม่ และข้ามไปที่นั่น และปลอมตัวคนบางคนด้วยหน้ากากบนใบหน้าของพวกเขาเป็นชาวกรีก และแสดงออกมาว่าเขาเป็นคนอังกฤษ และนางก็บอกเขาทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเขาอยากจะเรียกคนหนึ่งในพวกหุ้นส่วนที่ตายไปแล้วของเขามา

ตอนนี้สิ่งเดียวเท่านั้น ... ทั่วโลก และที่นี่คือ รีดเดอร์’ส ไดเจสท์ กล่าวไว้ที่นี่สองสามคืนก่อน ... หรือสองสามเดือนที่ผ่านมา สิ่งต่างๆ ของคนๆ หนึ่งในพวกเขาได้ถูกเปิดโปง ผู้ชายคนหนึ่งอาจจะได้จูบมือผีของแม่ของเขา และในวันรุ่งขึ้นมันได้รับการพิสูจน์ในศาลตำรวจว่า เขาเพียงจูบเศษผ้าชิ้นหนึ่ง ผู้คนจำนวนมากปลอมตัวเป็นร่างทรง พวกเขาเป็นเพียงพวกนักอ่านอาวุโสตัวเล็กๆ เหล่านี้ที่นั่งอยู่ข้างนอกข้างถนนซึ่งไม่ใช่พวกร่างทรงในตอนแรก พวกเขาไม่มีอะไรนอกจากเป็นพวกตัวปลอมกำมะลอ แต่มีร่างทรงตัวจริง

และพวกเราพวกคนเคร่งศาสนา พวกเรามีพวกตัวปลอมมากมายทั้งสองฝ่าย ตอนนี้ให้หยุดนิ่งสักสองสามนาที

คราวนี้สังเกตไหมครับ มิส เป็ปเปอร์ คนนั้นเป็นร่างทรงตัวจริง และนิตยสารกล่าวว่า “ที่นี่คือสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ว่าเมื่อคนๆ หนึ่งตาย เขาไม่ได้ตาย เขากำลังอาศัยอยู่บางแห่ง เพราะผู้หญิงคนนั้นเรียกวิญญาณของพวกเขากลับมาและพูดคุยกับคนทั้งหลายได้”

“ตอนนี้นางทำอะไร บราเดอร์บรานฮาม? ท่านเชื่อเรื่องนี้ไหมครับ?” ใช่ครับท่าน พระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวอย่างนั้น  นั่นคือเหตุผลที่ผมเชื่อเรื่องนี้ และนางเป็นของวิญญาณชั่ว ลัทธิฝ่ายวิญญาณเป็นกลอุบายของพวกวิญญาณชั่ว ตอนนี้สังเกตไหมครับ คราวนี้ให้จับตาดูพวกเขา....

และจากนั้นคุณน่าจะได้เห็นจดหมายทั้งหลายบินมาหาผม แล้วเมื่อบทความของผมได้ติดตามนางไป มันไม่แปลกเลยที่พระเจ้าจะตรัสสิ่งเหล่านี้ก่อนวาระสุดท้าย และรีดเดอร์’ส ไดเจสท์ ถูกตีพิมพ์ในทุกภาษาภายใต้ฟ้าสวรรค์ สังเกตไหมครับ มันไม่แปลกเลยที่พวกเขาติดตามกันและกัน?

ตอนนี้ที่นี่มาถึงในจดหมายทั้งหลายกล่าวว่า “บราเดอร์บรานฮาม ผู้พิสูจน์ว่าท่านมิได้เป็นอะไรนอกจากร่างทรง” บอกว่า “นั่นพิสูจน์มันได้ มองดูที่นี่ คุณบอกผู้หญิงคนนั้นสถานที่ซึ่งนางจะค้นหา .... มองดูที่ผู้หญิงคนนี้”

ผมบอกว่า “เดี๋ยวก่อน” ผมได้รับจดหมายทางการฉบับหนึ่ง (ผมขออภัยครับ) เพื่อจะส่งให้คนทั้งหลาย ผมบอกว่า “วิธีที่พวกนักเทศน์ผู้เล็กน้อยรู้” ผมบอกว่า “แทนที่จะรับบัพติศมาในกายของพวกคุณ พวกคุณจำเป็นต้องบัพติศมาสมองของพวกคุณ” นั่นใช่ครับ “พวกคุณอย่าหยุดคิดถึงสิ่งทั้งหลาย พวกคุณอย่าพยายามที่จะพิจารณามัน”

นั่นเป็นวิธีเดียวกับที่พวกเขาได้ทำเมื่อวันก่อน พวกเขาเห็นพระเยซู พวกเขารู้ว่าพระองค์ทรงรู้ความลับทั้งหลายของใจของพวกเขา พระองค์ทรงรู้สิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่เหมือนอย่างนั้น และพวกเขากล่าวว่า “เขาเป็นนายของภูตผี เขาคือเบเอลเซบูล หมอดูที่ดีที่สุดในโลก” พวกเขาไม่ได้หยุดที่จะลองคิดดูว่าผู้นั้นทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พวกเขามีจิตวิญญาณไม่พอที่จะรู้ นั่นแหล่ะครับ พวกเขาอ่านสิ่งนี้ แน่นอนครับ พระเยซูควรจะเสด็จมาในกรุงเยรูซาเล็มขี่ล่อและอื่นๆ แต่พวกเขามองที่การเสด็จมาครั้งที่สอง

และสิ่งเดียวกันในวันนี้! พวกเขากำลังมองหาจุดสูงสุดของสิ่งที่จริง ฮาเลลูยา! นั่นถูกต้องครับ ผมรู้ว่าพระเจ้าทรงสถิตย์อยู่ที่นี่ในตอนบ่ายวันนี้ และผมรู้ว่าผมกำลังใช้เวลาของพวกคุณมาก แต่พวกคุณต้องได้เห็นสิ่งนี้ เพื่อนๆ ถ้าหากผมไม่เคยพบพวกคุณอีกครั้งหนึ่ง พวกคุณต้องรู้ว่าพวกปีศาจเป็นผู้ใด พวกคุณต้องรู้ว่าความจริงและข้อผิดพลาดคืออะไร และมันใกล้เคียงกันมาก พวกคุณต้องแยกแยะสิ่งนั้นได้

ตอนนี้จำได้ไหมครับ มันจะไม่ออกไปอยู่ข้างนอกที่นั่น บางที่บนทางด้านนี้เหมือนอย่างพวกฟาริสีหรือบางสิ่งบางอย่างทางข้างหลังบนด้านนั้น มันอยู่ตรงนี้ที่ประตูใกล้ๆ กับมัน ให้จับตาดูมัน ตอนนี้ถ้าหากผมได้นำ ....

ให้มาดูสองกรณี ถ้าหากผมได้ใช้และให้เงินดอลลาร์แก่คุณ .... ตอนนี้ถ้าหากผมให้เงินปลอมแก่คุณ .... พวกเราจะใช้คำอุปมาอุปไมยเพื่อที่คุณจะได้เห็นมัน สิ่งแรกที่คุณจะทำ ถ้าหากคุณเป็นคนฉลาด ถ้าหากคุณหยิบดอลลาร์และมองมัน สิ่งแรกคุณจะสัมผัสได้และดูว่ามันทำมาจากอะไร นั่นใช่ไหมครับ? คุณจะดูว่าทำมาจากอะไร คุณจะดูมูลค่าของมัน เงินจริงไม่ได้ทำมาจากกระดาษ มันเป็นส่วนของกระดาษและไหม คุณเห็นไหมครับ และสิ่งแรกคุณจะต้องดูคุณค่าของมันก่อน นั่นเป็นข้อบ่งชี้แรก

และตอนนี้ให้นำนางไปบนด้านนี้ และนำพระเจ้าไปบนด้านนี้ นั่นคือการตกลงกับพวกเรา

ตอนนี้ดูครับ สิ่งแรกที่คุณต้องสังเกต ทุกสิ่งทุกอย่าง.... จับตาดูบทความของคุณ ในห้าสิบปีที่ผ่านมาของการเป็นหมอดูของนาง และการเรียกวิญญาณของคนตาย นางไม่เคยพูดถึงพระเจ้า, พระคริสต์, การเยียวยารักษาโรคของพระเจ้า, การปลดปล่อย, การพิพากษา หรือไม่มีอะไรเลยสักครั้งหนึ่ง ไม่มีอะไรนอกจากความสนุกสนานและความเขลาในมัน

แต่บนด้านนี้ทรงเป็นพระเจ้าตลอดเวลา, การพิพากษา, การเสด็จมาของพระเยซู, การเยียวยารักษาโรคของพระเจ้า,  ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า, การปลดปล่อย มองดูที่คุณค่าของพระองค์ พวกคุณไม่เห็นพวกหมอดูและพวกแม่มดออกไปประกาศข่าวประเสริฐ เกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งหลายเล่าครับ? โอ้!

สังเกตไหมครับ!

และสิ่งที่ต้องทำจริงๆ ถ้าหากคุณอยากจะค้นหาว่ามันเป็นเงินดอลลาร์จริงหรือไม่ ถ้าหากมันดูเหมือนกันมาก ให้นำพวกตัวเลขออกจากมันมาและส่งกลับไปยังโรงกษาปณ์ และถ้าหากมีพวกตัวเลขตรงกับที่นั่น จะมีเงินดอลลาร์รออยู่ นั่นใช่ไหมครับ?

ดีล่ะครับ ถ้าหากอย่างนั้นบราเดอร์ นำสิ่งที่นางได้ทำและนำมันกลับไปยังพระคัมภีร์ไบเบิล คุณจะพบว่ามันเป็นแม่มดแห่งเอนโดร์

คุณใช้สิ่งที่อยู่ที่นี่ คุณจะพบว่ามันกลับไป มันอยู่บนหนังสือที่นี่ในโรงกษาปณ์ “พระเยซูคริสต์ทรงเป็นเหมือนเดิมเมื่อวานนี้, วันนี้ และสืบๆ ไปเป็นนิตย์ แน่นอนครับ บรรดาพระราชกิจเดียวกันของพระองค์! พระองค์มิได้ทรงดำเนินไปและโง่เขลาและไร้สาระกับคนทั้งหลาย มันเป็นการดีที่จะช่วยใครบางคน เพื่อจะนำพวกเขาไปหาพระเจ้า อาเมน! ผมไม่ได้เป็น "อาเมน" ด้วยตัวของผมเอง แต่อาเมนหมายถึง "ให้เป็นไปตามนั้น" และผมเชื่อมัน ผมรู้ว่ามันเป็นความจริง

ตอนนี้สังเกตไหมครับ คุณอยู่ที่นี่ คราวนี้อย่างรวดเร็วตอนนี้เพราะผมไม่อยากจะเก็บพวกคุณไว้อีกต่อไป

ที่นี่ให้รูปภาพเล็กๆ ที่นี่ รูปภาพผังความคิดเล็กๆ ที่นี่คือกระแสผ่านที่นี่ตรงลงมาทางนี้ ตรงลงมาตลอดทางนี้ การลงมาตลอดชีวิต ตอนนี้จับตาดูมันตามช่อง ให้ความสนใจแบบไม่มีการแบ่งแยกของคุณแก่ผมตอนนี้ ดังนั้นคุณจะได้ไม่พลาดเรื่องนี้ ตรงลงมาเหมือนอย่างนี้ ตอนนี้ในช่องเล็กๆ นี้ที่นี่พวกมนุษย์อาศัยอยู่ พวกคุณและผม ตอนนี้ในที่นั่น ให้ดูว่ามันคืออะไร มันเป็นความเขลาและทุกสิ่งทุกอย่าง แต่นานๆ สักครั้งหนึ่งคุณจะเห็นแสงสว่าง คุณเห็นความมืดมิดและริ้วรอย นั่นคือความสนุกสนานและความมุ่งมั่น พวกวิญญาณชั่วนำคนทั้งหลาย โอ้ พวกเขาแต่งตัวดี โอ้ และวัฒนธรรมสูงพวกเขาอาจจะเป็นได้ พวกนักวิชาการที่ขัดเกลาแต่ก็ยังเป็นวิญญาณชั่วอยู่ นอกจากนั้นมีคนที่บังเกิดใหม่ - นั่งอยู่ในที่นั่น

ตอนนี้พวกคนเหล่านี้ในช่องนี้ได้รับอิทธิพลมาจากสองฝ่ายที่แตกต่างกัน ตอนนี้บนฝั่งนี้ไปทางนี้มีตรีเอกานุภาพ และบนฝั่งนี้ไปทางนี้ มีตรีเอกานุภาพ

ตอนนี้สถานที่แห่งแรกบนฝั่งนี้คือ พวกจิตวิญญาณของคนอธรรม; เมื่อคนๆ หนึ่งตายไป เขาเข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่งรอคอยการพิพากษา พระเยซูได้เสด็จไปและได้ทรงประกาศแก่พวกจิตวิญญาณที่อยู่ในคุกที่นั่น ต่อไปคือพวกปีศาจ ต่อไปคือพวกวิญญาณชั่วและนรก ขึ้นไป สิ่งแรกตอนนี้ พวกมันที่อยู่ในที่นั่นคือ พวกผี, พวกวิญญาณของพวกคนตายที่ไม่เคยกลับใจใหม่ พวกเขากำลังรอคอยการพิพากษา สิ่งเดียวเท่านั้นที่พวกเขารู้คือความเขลาและสิ่งที่พวกเขาได้ทำ

ตอนนี้ขึ้นไปที่นี่ พวกคริสเตียนเหล่านี้ได้รับอิทธิพลมาจากเบื้องบน นี่เป็นคำอุปมาอุปไมย ขึ้นไปที่นี่คือผีอีกตนหนึ่ง  พระวิญญาณบริสุทธิ์ ผีของพระเยซูคริสต์ซึ่งทรงเป็นมนุษย์ พระวิญญาณบริสุทธิ์ ... พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมีอิทธิพลต่อคริสตจักรของพระองค์ในอาณาจักรแห่งมนุษย์นี้

พวกวิญญาณชั่ว โดยวิญญาณเหล่านี้มีอิทธิพลต่อพวกมนุษย์ ตอนนี้ดูกราฟ ต่อไปคือพวกทูตสวรรค์ ต่อไปคือพระเจ้า ตอนนี้มนุษย์ทุกคนที่นี่ได้รับอิทธิพลจากสิ่งหนึ่งของในโลกทั้งหลายเหล่านี้ คุณเห็นสิ่งที่ผมหมายถึงไหมครับ?

ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นได้ทำอะไร นางบุกเข้าไปในอาณาจักรนั้น และนางกำลังพูดกับพวกคนที่ถูกปีศาจสิง ผู้ซึ่งกำลังเริ่มต้น.... พวกวิญญาณของเหล่าทูตสวรรค์ที่ตกลงมาสู่บาปที่ไม่กลับใจกลับไปยังที่นั่นในปฐมกาล และยินยอมให้การเป็นอยู่ของพวกเขาทุกสิ่งทุกอย่างของพวกเขาและพวกเขากำลังรอคอยการพิพากษา

และคนเหล่านี้ที่นี่คือผู้ที่ได้รับอิทธิพลและได้บังเกิดใหม่โดยพระวิญญาณของพระเจ้า และวิญญาณชั่วก็มีพวกผู้เผยพระวจนะของมัน และพระเจ้าก็ทรงมีของพระองค์ เห็นไหมครับว่าผมหมายถึงอะไร? มันมีอิทธิพล และพวกเราไปที่นั่น หยุดเพื่อจะแยกมัน พระเยซู เมื่อพระองค์ทรงอยู่ที่นี่บนโลก ...

ตอนนี้ปัจจุบันนี้พระองค์มิอาจจะทรงบุกเข้าไปในอาณาจักรแห่งนั้นได้และมิอาจจะทรงนำคนชอบธรรมออกมาจากอาณาจักรแห่งนั้นได้ พระองค์มิอาจจะทรงกระทำมันไ ด้ พวกคนชอบธรรมเหล่านั้นมิได้อยู่ในที่นั่นสถานที่ซึ่งพวกเขาเคยอยู่ในแดนสุขาวดี ไม่ครับท่าน แดนสุขาวดีสำเร็จแล้วตอนที่พระโลหิตของพระเยซูคริสต์ได้ชำระมันไปแล้ว ให้ดูที่นี่ครับ โอ้!

ถ้าหากผมสามารถคิดถึงพระเยซูได้อย่างไร ตอนที่พระองค์ได้ทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้ว พระองค์ได้เสด็จไปและได้ทรงเทศนาแก่พวกจิตวิญญาณที่อยู่ในคุก พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เยี่ยงคนบาป ด้วยรู้ว่ามิได้ทรงมีบาป แต่บาปของพวกเรายังอยู่บนพระองค์ และพระเจ้าได้ทรงส่งพระองค์ไปนรกเพราะบาปทั้งหลายของพระองค์ พระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า พระองค์ได้เสด็จไปและได้ทรงเทศนาแก่พวกจิตวิญญาณ....

คนบางคนบอกว่า “บราเดอร์บรานฮาม ผมมิอาจจะเข้าใจมันได้” บอกว่า “พระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมาในวันที่สาม พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ในบ่ายวันศุกร์ และทรงฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมาในตอนเช้าวันอาทิตย์ เพราะเหตุใดพระองค์จึงทรงสิ้นพระชนม์เพียงวันเดียวเท่านั้น”

พระองค์ตรัสว่า “ภายในระยะเวลานั้น” เพราะพระองค์ทรงมีข้อพระคัมภีร์ข้อหนึ่งในพระคัมภีร์ไบเบิลที่พระองค์ทรงสามารถยืนหยัดได้ สำหรับดาวิด-คนที่หันหลังกลับในภายหลัง แต่กระนั้นเขาได้รับความรอด นอกจากนั้นเป็นผู้เผยพระวจนะ–ภายใต้การดลใจของพระเจ้าตรัสว่า “เราจะไม่ละทิ้งจิตวิญญาณของเขาไว้ในนรก ทั้งเราจะไม่ยอมให้องค์บริสุทธิ์ของเรา ข้าพเจ้าได้ตรัสแก่ผู้เผยพระวจนะว่า “เขาจะไม่เห็นความเปื่อยเน่า” ดังนั้น....

[จุดว่างบนเทป]

ฮาเลลูยา! พระองค์ทรงใช้พระวจนะของพระเจ้า พระองค์ทรงชนะซาตานทุกครั้งด้วยมัน พระองค์ทรงชนะความตายด้วยพระวจนะของพระเจ้า ฮาเลลูยา! พระองค์ทรงชนะความตาย และเมื่อพวกเขาได้ประหารพระองค์ และพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เยี่ยงคนบาป บาปทั้งสิ้นของผมและบาปทั้งสิ้นของคุณอยู่บนพระองค์ พระองค์ได้ทรงดำเนินลงไป ผมสามารถเห็นพระองค์ทรงเคาะที่ประตูนั้นที่นั่นได้

และพวกจิตวิญญาณที่หลงหายพวกเขาออกมาและทูลว่า “ดีล่ะ ท่านเป็นผู้ใด?”

พระองค์ตรัสว่า “เหตุใดท่านจึงไม่ฟังเอโนค? เหตุใดท่านจึงไม่ฟังบรรดาผู้เผยพระวจนะอื่นๆ เหล่านั้นที่เทศนา?”  พวกเขาถูกกล่าวโทษว่า “เราเป็นพระบุตรของพระเจ้าที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตอยู่ โลหิตของเราตก เรามาเพื่อจะบอกท่าน เราได้ตอบสนองสิ่งที่บรรดาผู้เผยพระวจนะกล่าวไว้ว่าเราจะกระทำ” ทรงตรงลงไปผ่านพวกปีศาจ ทรงลงไปในนรก ทรงนำพวกกุญแจแห่งความตายและนรกออกไปจากพวกวิญญาณชั่ว แขวนพวกมันไว้ด้านข้างของพระองค์ ทรงเริ่มกลับขึ้นมา ฮาเลลูยา!

เริ่มในตอนเช้าตรู่ ฮาเลลูยา! ให้วาดรูปภาพเล็กๆ ที่นี่ ตอนเช้าตรู่มีกลุ่มอีกกลุ่มหนึ่งนอนอยู่ที่นี่ในแดนสุขาวดี  ไม่ใช่ที่นั่นตอนนี้

ตอนนี้พวกคุณเพื่อนๆ คาทอลิกที่ดีซึ่งเชื่อในการอธิษฐานวิงวอนของเหล่าธรรมิกชน ถ้าหากพวกคุณกำลังสนทนาอยู่กับธรรมิกชนคนหนึ่งในคริสตจักรของพวกคุณ ชายคนนั้นเป็นคนบาป เขาอยู่ในนรกหรือรอคอยอยู่ที่โน่นสำหรับการพิพากษาของเขา และถ้าหากเขาเป็นธรรมิกชน เขาก็จะอยู่ในพระสิริของพระเจ้าและมิอาจจะกลับมาได้ นั่นถูกต้องครับ ผมสามารถพิสูจน์เรื่องนั้นได้ เลือดของวัวจะไม่นำบาปออกไปได้ แต่พระโลหิตของพระเยซูตัดขาดบาปทั้งสิ้นได้

ผมอาจจะเห็นพระเยซูเสด็จขึ้นไปที่นั่นได้สถานที่... แดนสุขาวดี มีอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ ในพันธสัญญาเดิมอยู่ และพวกเขาในที่นั่น - มีซามูเอล และพวกที่เหลืออยู่ของพวกเขาในที่นั่น ผมอาจจะได้ยินพระองค์ทรงเคาะประตูได้ อาเมน! โอ้ ผมรักสิ่งนี้ มันทำให้ผมถูกต้อง ... สัมผัสถึงแบบอย่างศาสนาตอนนี้ ผมอาจจะเห็นพระองค์ทรงมองไปที่นั่น และได้ยินพระองค์ตรัสว่า "ใครอยู่ที่ข้างนอกนั่น? ท่านเป็นผู้ใดที่นั่น?” เขาบอกว่า “นี่คืออับราฮัมกำลังพูดอยู่ ท่านเป็นผู้ใด?"

“เราเป็นเชื้อสายของอับราฮัม” อาเมน ผมอาจจะเห็นอับราฮัมมาที่ประตูและเปิดประตู พระองค์ตรัสว่า “เราเป็นเชื้อสายของอับราฮัม”

ดาเนียลกล่าวว่า “ดูที่นั่น! มีศิลาซึ่งข้าพเจ้าเห็นถูกตัดออกมาจากภูเขา”

ผมอาจจะได้ยินเสียงคนทั้งหลายได้กล่าวว่า “พระองค์ทรงอยู่นั่น! ผมเห็นพระองค์ เหมือนฝุ่นที่อยู่ใต้ฝ่าพระบาทของพระองค์ เมฆกำลังเคลื่อน เมื่อพวกแกะตัวผู้ ... ปรบมือของพวกมัน พวกใบไม้ และพวกเขาทุกคนก็ตะโกนว่า "โอ้ ผมสามารถเห็นพวกคนที่แตกต่างกันในแดนสุขาวดีกำลังรอคอยพระองค์อยู่

ผมอาจจะได้ยินพระองค์ได้ตรัสว่า "มาเถิด! มันเป็นเวลากลางวันในกรุงเยรูซาเล็ม ท่านต้องออกไปจากที่นี่ พวกเรากำลังจะขึ้นไปเพราะท่านไว้วางใจในเลือดของพวกวัวและพวกแพะ กำลังรอคอยเวลาที่โลหิตของเรา .... แต่โลหิตของเราได้หลั่งลงที่นั่นบนโกละโกธา เราเป็นบุตรของพระเจ้า พวกหนี้สิน-บาปทั้งสิ้นได้รับการชำระแล้ว พวกเรากำลังออกเดินทาง!” ฮาเลลูยา! ขอพระสิริจงมีแด่พระเจ้า!

ผมอาจจะเห็นอับราฮัมควงแขนซาราห์ และพวกเขามาที่นี่ทันทีได้! ในพระธรรมมัทธิว บทที่ 27 เมื่อเขาออกมา ผมอาจจะได้ยินเสียงเขาหยุดอยู่สักพักที่นั่นที่กรุงเยรูซาเล็ม และสิ่งแรกคุณรู้ไหมครับ ผมอาจจะเห็นไคยาฟาสและพวกเขากำลังยืนอยู่บนถนนได้กล่าวว่า “พวกเขาบอกข้าพเจ้าว่า ชายคนนั้นได้ฟื้นขึ้นมา บอกว่าท่านนั้นเป็นผู้ใดซึ่งไปที่นั่น? คนหนุ่มคนนั้น เด็กหญิงคนนั้นหรือ?”

มิได้มีอายุมากอีกต่อไป นั่นคืออับราฮัมและซาราห์ และพวกเขาก็หายไป พวกเขามองว่า “คนบางคนกำลังจับตาดูพวกเราอยู่” พวกเขาอาจจะหายตัวไปได้เหมือนกับที่พระองค์ได้ทรงเดินผ่านกำแพงนั้น ร่างกายแบบเดียวกัน ฮาเลลูยา! นั่นถูกต้องครับ ที่นี่คือบรรดาผู้เผยพระวจนะทั้งหมดและพวกเขากำลังเดินไปรอบๆ มองไปรอบๆ เมือง

และพระเยซูทรงนำขึ้นไปบนหรือเหนือเหล่าดวงดาว, ดวงจันทร์, เมฆ และทรงจองจำผู้ที่ถูกจองจำ, ประทานของประทานทั้งหลายแก่มนุษย์ พระเยซูทรงนั่งอยู่ที่พระหัตถ์ขวาของพระบิดาในวันนี้ ทรงปีนขึ้นที่นั่น ทรงนั่งลง จนกระทั่งพวกศัตรูทั้งหมดของพระองค์ได้ถูกทำให้เป็นที่วางพระบาทของพระองค์

และวันนี้เพื่อนๆ คริสเตียนที่รักของผม พวกปีศาจกำลังทำงานอยู่ทุกขณะ และพระวิญญาณของพระเจ้าทรงกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในอีกทางหนึ่งเพื่อจะต่อต้านมันทุกครั้ง ฮาเลลูยา! นั่นแหล่ะครับ พวกหนังสือพิมพ์และหนังสือต่างๆ และทุกสิ่งทุกอย่างกำลังประกาศมันอยู่ พวกเขากำลังจับตาดูมันอยู่ พวกเขาไม่สามารถเห็นถึงสิ่งที่มันเป็นได้ มันคืออะไร? มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการประลองครั้งยิ่งใหญ่ที่จะมาถึงในไม่ช้าระหว่างพระเจ้ากับวิญญาณชั่ว จงอยู่ฝ่ายพระเจ้าและให้ใจของคุณถูกต้อง อาเมน

ที่นี่ไม่นานมานี้ผมอยู่ที่เมืองโทเลโด้ รัฐโอไฮโอ มีการประชุม (ผมกำลังจะปิดการประชุมครับ)

คุณเห็นสิ่งที่ผมหมายถึงเกี่ยวกับพวกปีศาจไหมครับ? พวกมันกำลังทำงานอยู่ พวกมันเคร่งศาสนามากเช่นเดียวกับศาสนา.... โอ้ พวกเขาไปคริสตจักรทุกวันอาทิตย์ทำซ้ำๆ ตามความเชื่อของอัครสาวก และร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า โอ้ พวกเขาช่างเป็นคนเคร่งศาสนาที่สุดเท่าที่จะสามารถเป็นได้ “บราเดอร์บรานฮาม ท่านหมายถึงว่านั่นเป็นความจริงหรือ?”

นั่นคือแบบอย่างของวิญญาณที่ตรึงพระเยซูคริสต์ไว้บนกางเขน และพระเยซูตรัสว่า “เจ้ามาจากบิดาของเจ้า วิญญาณชั่ว”

ตอนนี้คนบางคนของพวกเขากล่าวว่า “โอ้ รัสเซียเป็นผู้ต่อต้านพระคริสต์” ไม่เคย! รัสเซียไม่ใช่ผู้ต่อต้านพระคริสต์ ผู้ต่อต้านพระคริสต์จะเคร่งศาสนามากซึ่งเขาจะหลอกลวงแม้ผู้ที่ได้รับการทรงเลือกสรรถ้าหากเป็นไปได้ จำได้ไหมครับ พระเจ้าทรงใช้คนของพระองค์ แต่ไม่เคยวิญญาณของพระองค์; วิญญาณชั่วใช้คนของมัน แต่ไม่เคยวิญญาณของมัน ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่นั่น; เหมาะกับตัวของคุณเอง ผมเพียงรับผิดชอบต่อความจริงเท่านั้น

พวกปีศาจกำลังทำงานอยู่! เมื่อวานนี้ผมมีพวกมันอยู่ในอาณาจักรทางกายภาพ; วันนี้ผมจะแสดงให้คุณเห็นในโลกฝ่ายวิญญาณ สถานที่ซึ่งพวกมันอยู่ในอาณาจักรทางศาสนา สถานที่ซึ่งพวกมันอยู่ข้างนอกที่โน่นซึ่งเรียกว่า โรคมะเร็ง และพวกเขาเรียกสิ่งนี้อย่างนั้นและอื่นๆ แต่ผมได้พิสูจน์แก่คุณโดยพระคัมภีร์ไบเบิลแล้วว่าพวกมันเป็นพวกวิญญาณชั่ว! ตอนนี้ที่นี่วันนี้ ที่นี่พวกมันอยู่ในอาณาจักรทางศาสนาอีกครั้งหนึ่ง เคร่งศาสนามาก มีศรัทธาแก่กล้ามาก

ถ้าหากคุณจะเริ่ม บราเดอร์ และให้คิด คาอินจุดเริ่มต้นจริงๆ ของเขาเป็นคนเคร่งศาสนามาก เอซาวเป็นคนเคร่งศาสนามาก ยูดาสเป็นคนเคร่งศาสนามาก มันเป็นศาสนา มันไม่ใช่โลกภายนอก มันอยู่ในการจัดอันดับ ให้จับตาดูนั่น: ปีศาจวิทยา! บางทีในภายหลังบางครั้งผมอาจจะเพิ่มเติมได้อีกสักหน่อย พวกเรากำลังจะสายแล้วครับ

จงอย่ากล่าวโทษผู้ใด จงรักทุกคน ถ้าหากคุณไม่สามารถรักจากใจของคุณได้แล้วพระคริสต์มิได้ทรงสถิตย์อยู่กับคุณ

ณ เมืองโทเลโด้ รัฐโอไฮโอ ผมได้เข้าไปที่ร้านอาหารเล็กๆ ผมกำลังทานอาหารอยู่ที่สถานที่แห่งหนึ่ง สถานที่เล็กๆ ของพวกดุงการ์ด สถานที่เล็กๆ ที่น่ารัก พวกเขาดีมาก บ่ายวันนั้นพวกเขาปิดร้านเพื่อจะไปโรงเรียนวันอาทิตย์ และเมื่อพวกเขาปิดร้าน ผมจึงต้องข้ามถนนไปยังสถานที่เก่าแก่เล็กๆ แบบชาวโลก และผมเดินเข้าไปที่นั่น และผมรู้ว่ามันผิดกฎหมายที่จะเล่นการพนันในรัฐโอไฮโอ และที่นี่มีตำรวจของรัฐคนหนึ่งยืนอยู่โอบแขนของเขากับผู้หญิงคนหนึ่ง มือของเขาห้อยอยู่ที่นี่บนอกของนาง กำลังเล่นสล็อทแมทชีน กฎหมายของรัฐทั้งหลายและประเทศของพวกเราทั้งหมดหายไปไหน น่าสงสาร!

ผมไว้วางใจในพระคริสต์ศิลาอันแข็งแกร่งที่ผมยืนอยู่ พวกพื้นอื่นๆ ทั้งหมดเป็นพื้นทรายที่กำลังจม ไม่มีอะไรอื่นเหลืออีกแล้ว นั่นใช่ครับ

ผมมองกลับไปที่นั่น และมีผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่งซึ่งน่าจะอยู่ในช่วงวัยรุ่นของนาง – อายุสิบเก้า, สิบแปด, สิบเก้าปี และสิ่งที่พวกเขากลังทำอยู่ พวกเด็กผู้ชายพวกเขากลับไปที่นั่นรอบๆ โต๊ะ มันน่ากลัว ผมนั่งลงที่นั่น และตอนนี้สำหรับความประหลาดใจของผม กำลังนั่งตรงที่นี่ที่สุภาพสตรีผู้หนึ่งเข้ามาถามว่า “คุณจะนั่งเก้าอี้ไหมคะ?”

ผมบอกว่า “ขอบคุณครับ ผมต้องการอาหารเช้า”

และนั่งอยู่ในเก้าอี้ตรงที่นี่ มีหญิงชราคนหนึ่งมีอายุเท่ากับแม่ของผม อายุห้าสิบห้า, ห้าสิบแปดปีนั่งอยู่ นางสวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นที่ไม่สุภาพเหล่านั้นที่พวกเขาสวมใส่

พวกเขาอ้างว่ามันเท่ห์ วิทยาศาสตร์บอกว่า “คุณบ้าไปแล้ว” แน่นอนครับมันไม่ใช่ คุณเพียงแค่อยากจะแสดงตัวตนที่เปลือยเปล่าของคุณเอง มันเป็นความอัปยศ ความอับอายขายหน้า สุภาพสตรีจะไม่สวมใส่พวกมัน ผู้หญิงจะ แต่สุภาพสตรีจะไม่

และจากนั้นแล้วนางกำลังนั่งอยู่ที่นั่น เนื้อหนังที่น่าสงสารของนางอ่อนแอ นางมีเล็บแบบที่ดูคล้ายกล้วยไม้ หรือสิ่งที่คุณเรียกมัน บนริมฝีปากของนาง และทรงผมที่ตัดเล็กน้อยเหมือนผู้ชายคนหนึ่งและทำให้สับสนขึ้นมาทั้งหมด สิ่งที่พระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวไว้ ซึ่งเป็นความอับอายขายหน้า และผู้หญิงคนนั้น ผู้ชายคนนั้น ...

พระคัมภีร์ไบเบิลอ้างว่า ถ้าหากผู้หญิงตัดผมของนาง ผู้ชายมีสิทธิ์ที่จะทำการหย่าร้างกับนางได้เพราะว่านางไม่ซื่อสัตย์กับเขา พวกเราต้องนำลงมาและเทศนาพระคัมภีร์ไบเบิลที่นี่สักวันหนึ่งในยุคนี้ กล่าวว่าถ้าหากนางทำผมทรงบ๊อบของนาง นางทำให้สามีของนางเสื่อมเกียรติ ถ้าหากนางทำให้เสื่อมเกียรตินางควรจะถูกไล่ออกไป คุณไม่สามารถแต่งงานกับคนอื่นได้ แต่คุณสามารถไล่นางออกไปได้ วู้ว์! เด็กชายเอ๋ย นั่น ... นั่นกำลังจะยากลำบาก ผมสามารถสัมผัสได้ แต่นั่นเป็นความจริง

โอ้ มันเคยเป็นที่พวกเรามีในอาณาจักรแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่พวกเราปล่อยลูกกรงลงมา พี่น้องชายเคยบอกว่า “พวกเราปล่อยลูกกรงลงมา พวกเราปล่อยลูกกรงลงมา พวกเราประนีประนอมกับความบาป พวกเราปล่อยลูกกรงลงมาและพวกแกะออกไป แต่พวกแพะเข้ามาได้อย่างไร?” คุณปล่อยลูกกรงลงมา นั่นคือสิ่งที่เป็นเรื่องนี้ คุณปล่อยลูกกรงลงมา ให้โลกและคริสตจักรปะปนเข้าด้วยกัน เช่นเดียวกับพวกโมอับและพวกอื่นๆ และบาลาอัม วิธีที่เขาได้แต่งงานท่ามกลางพวกเขา นั่นเป็นสิ่งเดียวกันอย่างแน่นอนในปัจจุบันนี้ และคริสตจักรถูกปนเปื้อนทั้งหมด และยุคเพ็นเทคอสต์คือยุคเลาดีเซีย ซึ่งอุ่นๆ ไม่ร้อนไม่เย็นและถูกพ่นออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า และออกมาจากกลุ่มทั้งหมด พระเจ้าทรงเรียกพวกคนที่เหลืออยู่ของพระองค์ ทรงนำนางกลับบ้าน นั่นใช่อย่างแน่นอนครับ นั่นผ่านการฟื้นคืนพระชนม์

และที่นั่นนางนั่งอยู่ตรงนั้นทำเล็บมือทั่วใบหน้าของนาง และมันเป็นเหมือนอย่างนั้นทั้งหมด และนางมีสิ่งที่เป็นสีดำนี้บนที่นี่ที่ดวงตาของนาง และนางกำลังเหงื่อออกและมันกำลังไหลลงมา และสิ่งแก่ๆ ที่น่าสงสาร อาจจะมีพวกเหลนโหลน และนางกำลังนั่งอยู่ที่นั่นกับชายชราสองคน และคนหนึ่งในพวกเขามีผ้าพันคอเก่าผืนใหญ่รอบคอของเขา และมันเป็นเดือนมิถุนายน นั่งอยู่ที่นั่นและเขาได้ลุกขึ้นและเหมือนกับกำลังดื่มสุราอยู่ และนางกำลังดื่มสุราด้วย และนางกำลังมองไปรอบๆ

ผมคิด โอ้ พระเจ้า! พระเจ้า เหตุใดพระองค์จึงไม่ทรงกวาดสิ่งนี้ออกไปจากแผนที่? เหตุใดไม่...? ชารอนน้อยของข้าพระองค์ ... ลูกทารกน้อยของข้าพระองค์, ซาราห์น้อยของข้าพระองค์ และเรเบคาห์น้อยของข้าพระองค์ต้องถูกเลี้ยงดูขึ้นมาในชนรุ่นนั้นเพื่อจะมาเผชิญ หน้ากับสิ่งเช่นนั้นหรือ? ผมคิด ระวังที่นี่ในสวนสาธารณะทั้งหลายเหล่านี้และสิ่งต่างๆ  และสิ่งที่เกิดขึ้น ผมคิด โอ้ พระเจ้า! โอ้ ข้าพระองค์ดีใจที่พระองค์ได้ทรงรับชารอนไปแล้ว ถ้าหากมันเป็นน้ำพระทัยของพระองค์  เรเบคาห์น้อยของข้าพระองค์และซาราห์น้อยของข้าพระองค์ต้องได้รับการเลี้ยงดูภายใต้สิ่งเหล่านี้หรือ? และพวกเขาพวกคนเรียกพวกเขา ... ร้องเพลงในคณะนักร้องประสานเสียงและทุกสิ่งทุกอย่าง และข้าพระองค์คิดว่า นั่นไม่ใช่ความละอายหรือ? ผมคิด พระเจ้า ความชอบธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์จะยืนหยัดได้อย่างไร? ดูเหมือนว่าความกริ้วอันชอบธรรมของพระองค์อาจจะบินไปที่นั่นและระเบิดสถานที่แห่งนี้เสีย

และผมได้ยินทูตสวรรค์ของพระเจ้าตรัสว่า "จงไปข้างๆ เถิด" ผมเดินไปที่นั่น และเมื่อพระองค์ทรงผ่านมาด้วยกับผม ผมได้สัมผัสเหมือนเป็นคนอื่นว่า “ท่านกำลังประณามนางเพื่ออะไร?”

ผมบอกว่า “มองดูที่นั่น แบบที่นางเป็น” และนี่คือสิ่งที่พระองค์...

ผมเห็นนิมิตหนึ่ง ผมเห็นโลกเหมือนอย่างนี้ รอบๆ อีกโลกหนึ่ง แต่โลกนี้ที่นี่มันมีรุ้งล้อมรอบมัน และนั่นคือ พระโลหิตของพระคริสต์ที่ปกป้องพระพิโรธของพระเจ้า พระองค์มิอาจจะทรงมองดูบนนั้นได้ พระองค์จะทรงทำลายสิ่งนี้ ณ บัดนี้ เพราะพระองค์ตรัสว่า “วันที่เจ้ากินมัน วันนั้นเจ้าจะตาย” ดังนั้นพระองค์จะทรงกระทำสิ่งนั้น

จากนั้นผมคิดเหมือนอย่างนี้ ผมเห็นตัวของผมเอง แม้ว่าผมไม่ได้ทำอย่างนั้น แต่อย่างไรก็ตามผมเป็นคนบาป และจากนั้นพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ทรงกระทำเพื่อพวกเราเหมือนกับกันชน ดูเถิดครับ นั่นเมื่อผมทำบาป บาปทั้งหลายของผมก็กระทบพระองค์และมันทำให้พระเศียรอันมีค่าของพระองค์โถมไปหมด และผมสามารถเห็นน้ำตาและพระโลหิตไหลลงมา “ยกโทษให้อภัยเขาเถิด พระบิดา; เขาไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไร” และผมอาจจะทำอย่างอื่นและกระทบพระองค์ “ยกโทษให้อภัยเขาเถิด พระบิดา”

ถ้าหากมันเคยผ่านพระองค์ไป ผมอาจจะต้องถูกทำลาย และถ้าหากผมไม่เคยยอมรับพระคุณของพระองค์ และวันที่จิตวิญญาณของผมล่องลอยไปที่โน่นนั้น ผมก็ถูกพิพากษาแล้ว ผมได้ปฏิเสธ ไม่มีอะไรเหลือแล้วนอกจากการพิพากษา ถูกพิพากษา ผมถูกพิพากษาแล้ว พระเจ้าตรัสว่า “วันที่เจ้ากินมัน วันนั้นเจ้าตาย” คุณถูกพิพากษา…นี่คือพระที่นั่งแห่งการพิพากษาตอนบ่ายวันนี้-ทัศนคติของคุณที่มีต่อพระคริสต์

และจากนั้นผมคิด ใช่แล้ว นั่นถูกต้อง และผมเห็นวันหนึ่ง ผมคลานขึ้นไปหาพระองค์ ผมเห็นหนังสือเล่มเก่าของผมวางอยู่ที่นั่น - คนบาป มีทุกสิ่งทุกอย่างวางอยู่บนนั้น และผมเห็นบาปทั้งหลายของผมคือ สิ่งที่กำลังทำอยู่ และผมทูลว่า “พระบิดา พระองค์จะทรงยกโทษให้อภัยข้าพระองค์ไหม?”

ทรงนำพระหัตถ์ของพระองค์เข้าไปในด้านข้างของพระองค์ และมีพระโลหิตออกมา ทรงเขียนมันไว้ด้านบน และตรัสว่า "ได้รับการยกโทษให้อภัย" ทรงทิ้งมันลงไปในทะเลแห่งการหลงลืม มันหายไปตลอดกาล! พระองค์ตรัสว่า “เรายกโทษให้อภัยเจ้า แต่เจ้ากำลังประณามนางอยู่”

เรื่องนั้นได้เปลี่ยนความคิดของผม ผมทูลว่า “พระบิดา ขอทรงมีพระเมตตาเถิด”

หลังจากที่ผมออกมาจากสิ่งนั้น ผมก็เดินไปและนั่งลง ผมถามว่า “คุณเป็นอย่างไร คุณสุภาพสตรี?”

นางบอกว่า “โอ้ สวัสดีค่ะ”

และผมบอกว่า “ถ้าหากคุณจะให้อภัยผม” ผมบอกว่า “ผมคือศาสนาจารย์บรานฮามผู้รับใช้พระเจ้า”

นางบอกว่า “โอ้ (อะแฮ่ม) ดิฉันขออภัยดิฉัน ดิฉันขออภัยค่ะ ศาสนาจารย์บรานฮาม”

ผมบอกว่า “คุณสุภาพสตรี” ผมเล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง ผมบอกว่า “ผมกำลังยืนอยู่ที่นั่น และผมกำลังกล่าวโทษคุณอยู่ และกำลังคิดถึงสิ่งที่น่ากลัว บางทีคุณอาจจะมีลูกๆ”

นางบอกว่า “ดิฉันมีแล้วค่ะ”

ผมถามว่า “อะไรเป็นสาเหตุของความผิดพลาด?” และนางก็เริ่มเล่าเรื่องราวให้ผมฟังซึ่งอาจจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างใจสลาย ผมบอกว่า “ผมกำลังทูลถามพระเจ้าอยู่ว่า เหตุใดพระองค์จึงไม่กวาดล้างแผ่นดินโลกเช่นนั้น? ที่นี่คุณมาที่นี่พร้อมกับชายขี้เมาสองคนเหล่านี้ และตัวของคุณเองก็เมา" และผมบอกว่า "สักวันหนึ่งพระโลหิตนั้นซึ่งกำลังหยุดบ่วงพระพิโรธของพระเจ้าหลุดลอยออกไปจากผม.... คุณกำลังจะตายสักวันหนึ่งในยุคนี้ และจากนั้นคุณ คุณเป็นตัวแทนทางมโนธรรมอิสระตอนนี้ คุณสามารถปฏิเสธหรือรับได้” และผมบอกว่า “แต่สักวันหนึ่งจิตวิญญาณของคุณจะไปที่โน่นที่นั่น สถานที่ซึ่งไม่มีพระเมตตาเหลือแล้ว และถ้าหากคุณตายในบาปทั้งหลายของคุณ คุณได้ถูกพิพากษาแล้ว และคุณจะตกนรก”

และคุณรู้อะไรไหมครับ? ผู้หญิงคนนั้นลื่นไถลจากที่นั่งนั่นในร้านอาหารแห่งนั้น พวกเรามีการประชุมอธิษฐานเหมือนอย่างที่คุณไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตของคุณ และนางมาหาพระคริสต์ มันคืออะไรเล่าครับ? จงอย่ากล่าวโทษพวกเขา จงบอกข่าวประเสริฐแก่พวกเขา พวกเขาถูกผีเข้าสิง พวกเขาเป็นพวกมนุษย์ในอาณาจักรนี้ พวกเขาได้รับอิทธิพลมาจากที่นี่ อิทธิพลของพวกเรามาจากเบื้องบน ให้พวกเรามาดูสิ่งที่พวกเราสามารถทำได้กับความสามารถของพวกเรา เพื่อจะชนะพวกคนอื่นๆ เพื่อพระคริสต์ได้

พระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอบพระคุณพระองค์สำหรับคุณความดีและพระเมตตาของพระองค์  ข้าพระองค์เสียใจ พระบิดา บางทีคนทั้งหลาย.... ข้าพระองค์เก็บพวกเขาไว้ที่นี่นานมาก แต่การปิดการประชุมของตอนบ่ายเหล่านี้เหมือนอย่างนี้ ข้าพระองค์อยากจะบอกพวกเขาเรื่อง ปีศาจทั้งหลาย และข้าพระองค์ได้สับมันมากเกินไปในสถานที่หนึ่ง ในพระธรรมเทศนาหนึ่ง แต่บางทีพวกเขาอาจจะเลือกมันออกจากที่นี่และที่นั่นได้และเข้าใจสิ่งที่ข้าพระองค์หมายถึงได้ พระองค์ทรงรู้ถึงความตั้งใจทั้งหลายในใจของข้าพระองค์ของการนำมันมา

ขอให้คนทั้งหลายไปจากที่นี่ตอนบ่ายวันนี้ และบรรดาชายและหญิงจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวที่พวกเขาทำ นอกจากนั้นมีความสุขและเป็นอิสระ ขอให้พวกเขารู้ว่าพระเจ้าได้ทรงช่วยพวกเขาให้รอด และขอให้พวกเขามองไปยังพระองค์ ลืมสิ่งที่มีอยู่ทั้งหมดและสิ่งทั้งหลายที่อยู่รอบตัวพวกเขา และดำเนินชีวิตด้วยสันติสุขและสุขุมและในความยำเกรงที่มีต่อพระเจ้า และจากนั้น พระเจ้า เมื่อพระองค์ทรงประสงค์จะใช้พวกเขาสำหรับสิ่งใด พระองค์ทรงสามารถตรัสกับพวกเขาโดยตรงและทรงใช้พวกเขาไปสถานที่ใดก็ตามที่พระองค์ทรงประสงค์จะให้พวกเขาไป หรือสิ่งใดก็ตามที่พระองค์ทรงประสงค์จะให้พวกเขาทำ ขอให้คนทั้งหลายถ่อมตนและแสวงหาพระคริสต์ในใจของพวกเขา ขอทรงยกโทษให้อภัยข้าพระองค์ทั้งหลาย พระบิดา สำหรับความบกพร่องของข้าพระองค์ทั้งหลาย ทุกคนของข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด

และข้าพระองค์ทั้งหลายรู้ว่าซาตานไปแล้วเหมือนสิงโตคำรามทุกแห่ง กลืนกินสิ่งที่มันต้องการ สวมเสื้อคลุมทางศาสนา โอ้ พระเจ้า ลูกน้อยผู้น่าสงสารทั้งหลายเหล่านี้มองไปที่พวกมันทุกแห่ง พวกมันถูกเปิดออกและถูกเปิดเผยต่อคนทั้งหลาย และข้าพระองค์อธิษฐานต่อพระองค์ พระเจ้า ขอทรงมีพระเมตตาต่อพวกเขา และขอทรงช่วยพวกคนที่หลงหายไปทุกคนให้รอดได้ ขอทรงเยียวยารักษาโรคผู้คนที่เจ็บป่วย และ พระเจ้า ข้าพระองค์ทั้งหลายตระหนักว่า พวกวิญญาณชั่วเก่าแก่ของความเจ็บป่วยเหล่านี้กำลังมาสู่บุตรทั้งหลายของพระองค์ ขอพระองค์ทรงมีการลบมลทินวางไว้อยู่ที่โน่นพื่อจะดูแลเรื่องนั้น และพวกวิญญาณชั่วทั้งหมดที่จะทำให้พวกเขาทำบาป พระองค์ทรงมีการลบมลทินวางไว้อยู่ที่โน่นเพื่อจะทรงดูแลมัน และข้าพระองค์อธิษฐานขอพระองค์ประทานมันเถิด ในพระนามพระเยซู อาเมน

ผมแปลกใจถ้าหากมี....